初恋#06
เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้นรบกวนการนอนเป็นอย่างมากจำได้ว่ากดตัดสายไปไม่รู้ต่อกี่ครั้ง แต่ก็ดังขึ้นใหม่ได้ตลอด...ทำเอาคนตัวเล็กจอมขี้เซาควานหามารับจนได้....ใครโทรมาวะเนี่ย??
แค่กดรับสายไปเท่านั้นแหละ ตาที่ไม่ลืมขึ้นมามองชื่อคนโทรสักนิดนั่นแทบจะตื่นอย่างเต็มสติ...ก็ไอ้เสียงปลายสายที่แว้ดๆมานั่นน่ะแหละ ทำให้รีบเอาโทรศัพท์ออกจากหูแทบไม่ทัน
ไอ้แสบ...เอาแฟ้มบนโต้ะมาให้หน่อยดิ๊ กับถุงชุดนักเรียนที่จะส่งซักน่ะ ฝากด้วยนะ
ยูคาริ...พี่สาวตัวดีที่วันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่...แต่กลับลืมงานที่ครบกำหนดส่งของตนไว้บนโต๊ะเสียอีก...เวรจริงๆ รีบๆทีไร เป๋อทุกที...
ตัวออกไปทำไมไม่เอาไปด้วยเล่า ปลายสายตอบกลับมาอย่างเหนื่อยๆ...จริงๆวันนี้ไม่อยากลุกไปไหนเลยด้วยซ้ำ...ทำไมขี้ลืมอย่างนี้นะพี่เรา
เอ้ะ ก็คนมันลืม....จะเอามาให้หรือไม่มาห้ะ เธอตอบเสียงดุ...ยังจะมาลีลาอีกน้องชั้น...นี่คงกลิ้งอยู่บนที่นอนล่ะสิ...อยู่ใกล้ๆแม่จะถีบให้หายไข้มันซะเลย
เออๆๆ เดี๋ยวถึงรร. แล้วจะโทรบอกละกัน ตอบกลับ พร้อมกับกดวางสาย...ก่อนจะยันตัวให้ลุกออกจากเตียงเล็กๆ...ทำไมหัวมันหนักไปหมดแบบนี้เนี่ย...ยัยโหดเอ้ย..น้องไม่สบายยังจะใช้อีก
คนอุตส่าห์ได้หยุดเรียนทั้งที....แถมโทรไปอ้อนชิเงะตั้งแต่เช้าให้ช่วยบอกอาจารย์ให้ด้วย ว่าไม่สบาย นอนแกร่วอยู่บ้าน....ทำเสียงน่าสงสารไปซะหน่อย...แค่นี้ก็เรียบร้อยโรงเรียนยูยะ...วันนี้ถึงเลคเชอร์จากชิเงะไม่ครบ เดี๋ยวก็ได้ครบจากคนอื่นๆที่พร้อมจะเสนอให้เองแหละ ขาดสักวันคงไม่เป็นไรหรอกน่า
แต่ยัยพี่สาวตัวดีนี่สิ...ขัดเวลานอนเสียจริง...ของๆตัวเองแท้ๆ ดันไม่ยอมหยิบไป...ทีไอ้กล่องข้าวน่ะ หยิบไปทั้งของตัว ของเค้า...ให้ตายสิยัยบ้าเอ้ย
ก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะคว้าเอาเสื้อนอกมีฮู้ดตัวโตสวมทับเข้าไปอีกชั้น...กับหมวกใบโปรดสีน้ำเงินเข้มที่แม่ซื้อไว้ให้ตอนวันเกิดปีที่ผ่านมาสวมทับเข้าไปอีกหน่อย...แค่นี้ก็หล่อแล้ว (เรอะ?)...
เด็กหนุ่มเดินจ้ำมาถึงที่หมายอย่างรีบร้อน...รีบมาซะ จะได้รีบกลับไปนอน...นี่คือความคิดเดียวที่มีของตัวเองในตอนนี้ พอถึงหน้าประตูโรงเรียนที่พี่สาวตนเรียนอยู่ ก็รีบควัีกโทรศัพท์ออกมาต่อเบอร์ในทันที
นี่...ถึงแล้วนะ...รีบออกมาซะเอาไปซะทีสิ
ไปไม่ได้อ่ะ...ช่วยเอาเข้ามาให้หน่อยดิ เสียงปลายสายตอบกลับมาเบาๆ...ราวกับตอนนี้กำลังติดธุระอะไรบางอย่างที่สำคัีญมากอยู่อย่างนั้นแหละ
เฮ้ย จะเข้าไปยังไง? รร.เธอมันเข้าได้ที่ไหนล่ะ? ยูยะโวยขึ้น...แน่ะ..ยามที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูหันมามองทางเขาแล้วมั๊ยล่ะ...หันมามองบ่อยๆ ยังกับเขาเป็นพวกโจร ผู้ร้ายยังไงยังงั้น....นี่แหละน้า โรงเรียนสตรีชื่อดัง...การอนุญาตคนเข้าออกแทบจะเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆเสียทีเดียว...ยิ่งเขาเป็นคนแปลกหน้า แถมเป็นผู้ชายด้วยเนี่ย เวลาปกติแบบนี้อย่าหวังเลยจะได้เหยียบเข้าไปน่ะ
เออใช่...แต่ชั้นออกไปไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวต้องคุยกะอาจารย์น่ะ....จะถึงตาชั้นอยู่แล้ว
เอางี้...หลังรร.นะ จะมีกำแพงที่มันมีต้นไม้ข้างๆอ่ะ...ปีนเข้าทางนั้นละกัน
ผู้เป็นพี่หยุดคิดชั่วครู่...ก่อนจะแนะทางหนึ่งให้น้องชาย...ก็ทางนั้นน่ะ...ไม่มีใครเค้าเข้ากันหรอก...เธอเองก็เคยแค่ครั้งสองครั้ง เวลาที่มาสายเท่านั้นแหละ...แต่รับรอง ไม่่มีใครเคยเห็นแน่ๆ พี่สาวคนสวยเอาหัวเป็นประกัน (คิดเองเออเองทั้งน้าน คุณพี่)
เฮ้ย....บ้ารึเปล่า ปีนต้นไม้??? อีกแล้วเรอะ??...ร่างเล็กร้องอย่างตกใจ นี่เขาต้องปีนต้นไม้ กระโดดข้ามกำแพงอีกแล้วเหรอ...เจ็บระบมไปวันก่อนยังไม่หายดีจนไข้ขึ้นนี่ยังไม่พออีกรึไงเนี่ย
ไม่บ้าแล้ว...ชั้นต้องรีบใช้จริงๆนะยูยะ ถือว่าขอร้องละกัน เข้ามาแล้ววางให้ทีที่ล็อคเกอร์ก็ได้
ไม่มีคนอยู่หรอก...รอสอบกันเนี่ย เธอว่าอีกครั้ง...น้ำเสียงในคราวนี้อ่อนลงมากทีเดียว...ดวงตากลมสวยมองนาฬิกาบนข้อมือสลับกับทางหน้าต่างบานใหญ่ไปมา...ทั้งน้ำเสียง ทั้งท่าทางที่กระสับกระส่ายแสดงออกมาอย่างไม่มีปิดบังว่ากำลัีงกังวลอยู่เป็นอย่างมาก
เออๆๆ ก็ได้...ไปทางไหนยังไงอ่ะ? ร่างเล็กตอบรับอย่างเสียไม่ได้...เล่นทำเสียงแบบนี้...รู้หรอก ว่าสำคัญ ไม่งั้นคงไม่โทรให้เขาเอาออกมาให้ทั้งที่รู้หรอกว่าเขาน่ะไม่สบาย...ไหนๆก็ไหนๆ ลองอีกสักทีจะเป็นไรไป
เสียงปลายสายตอบกลับมาพร้อมกับอีกด้านที่พยักหน้ารับเอาคำพูดเหล่านั้นมาท่องให้จำขึ้นใจ...ก่อนจะวางสาย...แต่พอเดินผ่านหน้าประตูใหญ่ ก็ยังคงถูกมองจากตาลุงคนเดิมอยู่ดี...นี่จะคิดว่าเขาเป็นโรคจิต แล้วโทรแจ้งตำรวจมาจับรึเปล่าเนี่ย???
เดินอ้อมมาฝั่งตะวันตกของรร.เสียจนเหนื่อย...อันที่จริงก็ไม่ใช่โรงเรียนที่กว้างขวางอะไรมากมายนักหรอก แต่ทางชันแบบนี้สิ...ไม่สมประกอบอย่างเขาก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน...ยูยะเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ใหญ่ข้างกำแพงอย่างชั่งใจ...ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ...ก็มัน...มันสูงกว่ากำแพงโรงเรียนเขาตั้งเยอะแน่ะ...แถมมันก็ไม่ได้ใกล้แบบที่จะข้ามไปง่ายๆ นี่เขาต้องปีนขึ้นไป แล้วต้องไถไปตามกิ่งที่มันยื่นเข้าไปอย่างนั้นเหรอเนี่ย?? แค่คิดก็สยองแล้ว
เหลียวซ้ายแลขวาสักครู่...ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด...เอาวะ...ขึ้นก็ขึ้น!!!!
ร่างเล็กพลิกปีกหมวกไปด้านหลัง ตามด้วยพับแขนเสื้อให้รั้งขึ้นไปเหนือข้อศอก...ยัดแฟ้มลงในเป้ก่อนจะสะพายไว้บนหลัง...หลับตา นับหนึ่งสองสาม ก่อนจะเริ่มต้นทำภารกิจของตัวเอง แต่เพื่อพี่สาวสุดที่รัก(??)ให้เสร็จสิ้น
เมื่อขึ้นไปได้...อีกฝั่งนั้นกลับไม่ได้ลงยากอย่างที่คิด...เพราะไอ้ที่ยากน่ะ คือตอนปีนเข้ามาจากฝั่งด้านนอกต่างหาก แต่ฝั่งนี้ ต้นไม้ถึงจะเล็กกว่าก็เถอะ...แต่กิ่งก้านกลับมีมากกว่า ให้จับ ยึด เกาะได้อุ่นใจกว่าเยอะเชียวล่ะ แุถมดินฝั่งด้านในก็ถมขึ้นมาเสียสูงกว่าด้านนอกเอาการทีเดียว มองลงไปเห็นพื้นอยู่ไม่ไกลก็เบาใจขึ้นจนแทบหายกลัว
ร่างเล็กออกเดินตามหาห้องโถงกว้างตามที่พี่สาวบอกจนเจอ...สับสนเหมือนกันแฮะ ห้องเรียนแทบจะเหมือนกันหมดแบบนี้ แต่โถงที่ว่านี่อยู่ค่อนข้างห่างจากทางที่เขาเข้ามาพอควรอยู่ทีเดียว เป็นแหล่งรวมล็อคเกอร์ของบรรดานักเรียนเอาไว้ทั้งหมด ก่อนจะผ่านประตูอีกชั้นเข้าไปเป็นอาคารเรียนหลังต่างๆอีกทีหนึ่ง...เขาเองก็จำได้ว่าเคยเข้ามาที่นี่จริงๆแค่สองครั้ง ในตอนเทศกาลโรงเรียนเท่านั้นแหละ เพราะในเวลานั้น โรงเรียนจะเปิดให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าออกได้ แต่ปกติแล้วก็แทบจะไม่อนุญาตเลย ถ้าไม่ใช่ผู้ปกครองเท่านั้น...นี่ถ้าแม่อยู่ เขาคงไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆแบบนี้หรอก
วางแฟ้มไว้ในล็อคเกอร์ของผู้เป็นพี่สาวที่ตนเองไล่หาจนเจอ...ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แต่ยังไม่ทันปิดล็อคเกอร์ กลับเจอเข้ากับเด็กสาวสองสามคนที่วิ่งเข้ามาพร้อมกันในโถงกว้าง...ต่างฝ่ายตากชะงักมองกันและกัน...แต่ดูฝ่ายสามสาวนั้นจะมองเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาในเขตหวงห้ามแบบนี้อย่างตกใจเสียมากกว่า ก่อนจะระเบิดเสียงขึ้นมาแทบจะพร้อมๆกัน
นาย!!!!!!!!!!!! เข้ามาได้ไง!!!
นั่นมันล็อคเกอร์รุ่นพี่นี่...โรคจิตแน่ๆเลย ริสะจัง อีกคนเอ่ยขึ้นเบาๆ
เรียกยาม..เรียกยามเร็วเข้า อีกคนเอ่ยขึ้น พร้อมผลุนผลันออกไปอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่หนุ่มน้อยจะเห็นท่าไม่ดี ขยับปีกหมวกเสียนิด ถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วหันหลังวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว
เฮ้ยยยย หมอนั่นหนีไปแล้ว!!! สองคนที่เหลือตะโกนขึ้น ก่อนจะออกวิ่งตามคนที่วิ่งไปก่อนหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย
ซวยจริงๆ...ยูยะคิด...โดนเห็นเข้าจนได้แบบนี้ แล้วนี่จะกลับออกไปได้ยังไงเนี่ย ป่านนี้คงตามหาตัวเขาให้ควั่กกันแล้วล่ะมั้งเนี่ย...ทั้งนักเรียน ทั้งอาจารย์ แถมยังยามอีก...ได้เรื่องดีจริงๆ มีมันได้ไม่เว้นวันเล้ย
ตากลมเหลียวมองไปรอบๆกาย...นี่เขาวิ่งมาถึงไหนก็ไม่รู้ เห็นเป็นห้องน้ำ ก็เข้ามายึดซะหนึ่งห้อง นั่งหลบอยู่เกือบจะสิบนาทีเข้าไปแล้ว...ได้ยินเสียงตึกตักผ่านไปก็หลายที เสียงตะโกนคุยกันของเด็กผู้หญิงหลายๆคนก็หลายครั้ง...แล้วจะออกไปยังไงล่ะเนี่ย....ลืมคิดไปนิดนึง ว่าโรงเรียนสตรี ห้องน้ำนักเรียนมันก็มีแต่ผู้หญิงน่ะสิ...โธ่เอ้ย เวรกรรมจริงๆ!!!!
เหลือบไปเห็นกระเป๋าที่กองอยู่ปลายเท้าแล้วก็ฉุกใจคิด...ใช่สิ...ยัยพี่บ้านั่น!!!!
ผ่านไปสักครู่ใหญ่...ร่างเล็กค่อยเยี่ยมหน้าออกจากห้องน้ำอย่างกล้าๆกลัีวๆ..เมื่อเห็นไม่มีคน ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ...รีบจ้ำออกไปให้พ้นจากที่นี่อย่างรวดเร็ว แต่ก็สะดุดเข้ากับกระจกบานใหญ่ข้างกาย...พาให้สายตาตนเองหยุดมองเสียทีหนึ่ง
เออ...ประหลาดดีแฮะ ยูยะถลาเข้าไปเกาะอ่างล้างมือข้างกระจก ก่อนจะมองสำรวจตัวเองอย่างติดตลก
เสียงจ้อกแจ้กของนักเรียนหญิงสามสี่คนดังขึ้น ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องน้ำพร้อมๆกัน...พาให้เจ้าตัวดีรีบหาทางหลบแทบไม่ทัน...แต่กลับแปลก ที่แต่ละคนกลับแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำบ้าง บ้างก็ควักเอาเครื่องสำอางค์ออกมาโปะกันแบบไม่สนใจเขาแม้สักน้อย...ยูยะเองก็ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจ ส่องกระจกไปมาสักครู่ ก่อนจะชิงเดินหลบออกมาด้วยใจที่เต้นตุ้มๆต่อมๆ
ออกมาได้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่...นี่วันนี้ถอนหายใจไปกี่ครั้งแล้วเรา??...แต่พอรู้สึกตัว ก็รีบสาวเท้าให้ก้าวยาวขึ้น...ยิ่งเมื่อคุ้นกับเส้นทางว่าเป็นทางที่ตนเดินมาตอนขามายิ่งสืบท้าวให้เร็วขึ้นกว่าเดิม...ก่อนที่จะให้ใครมาเห็นมากไปกว่านี้...ขืนจับได้ เรื่องใหญ่แน่ๆ
ถึงต้นไม้เจ้าปัญหา...ยูยะเองปาเป้ของตัวเองไปอีกฝั่งก่อนตัวเองจะกระโดดขึ้นต้นไม้นั่นอีกครั้ง...อย่าให้ใครมาเห็นเอาตอนนี้เลย ขอทีเหอะ...ให้มันจบแบบไม่สวยแค่นี้ก็แย่จะเกินทนอยู่แล้ว...
กระโดดลงถึงพื้นได้ไม่เท่าไหร่...ปัดฝุ่นผงจากเกล็ดต้นไม้ใหญ่ที่ร่วงมาเกาะตามเสื้อผ้า ร่างกายไปได้เสียหน่อย...กระเป๋าที่โยนมาเมื่อครู่ ก็มาอยู่ตรงหน้าซะเสียอย่างนั้น
ขอบใจ ร่างเล็กเอ่ย ก่อนจะเบิกตากว้าง....เฮ้ยยยย ใครวะ?
ตาแทบถลน เมื่อเจ้าของมืือที่ถือกระเป๋ายิ้มเผล่ให้อยู่ข้างหลัง...ร่างสูงกว่ายกมุมปากแสดงความขบขันอย่างไม่มีปิดบัง ในขณะเดียวกันที่ยูยะเองถึงกับเหงื่อตกได้อย่างชัดเจน...ทำไม หมอนี่มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?
ตกใจไรล่ะนาย? ร่างสูงถามยียวน...เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายรับกระเป๋าไปจากมือ ก็คว้าเข้ามาสะพายไว้เสียเอง
นาย...มาอยู่นี่ได้ไง? แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ยูยะตะกุกตะกักถามไป...ท่าทางหมอนี่ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย ยิ่งยิ้มแบบนี้ด้วยนะ...ตาย ตายอย่างไม่ต้องผุดต้องเกิดแล้วเทโกชิ !!!
หึหึหึ...ก็นานพอที่... ร่างสูงเอ่ยยิ้มๆ...พลางก้าวขาถอยหลังออกไปเสียสองสามก้าว...ก่อนจะต่อประโยคให้จบตามที่สายตาดุๆตวัดมองมาอย่างเอาเรื่องนั้น
นานพอที่..จะเห็นใครบางคนกลับออกมาในสภาพนี้น่ะสิ คุซาโนะเอ่ยขันๆ...อันที่จริงเขาแอบเดินตามมาตั้งแต่เจอที่สถานีรถไฟแล้วนั่นแหละ...เห็นตั้งแต่ตอนหมอนี่เดินวนๆเวียนอยู่หน้าประตูโรงเรียน จนมาลงเอยเอาอีตอนปีนเข้าไป...นั่งรออยู่ตั้งนาน คิดว่าจะปีนเข้าไปบ้างแล้ว...ตั้งแต่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายลอดผ่านมาให้ได้ยินเมื่อสักเกือบครึ่งชั่วโมงที่แล้ว...จนมาเห็นร่างเล็กตะกายกลับออกมาทางเดิมแบบนี้อีกครั้งจนได้นั่นแหละ...ที่รอมาก็ไม่นับว่าเสียเที่ยวพอควรล่ะนะ
ร่างสูงยืนสำรวจอย่างพอใจ...ดวงตาคมหรี่มองขึ้นลงราวกับคนข้างหน้าเป็นสินค้าชิ้นงามเสียแบบนั้น...ส่วนคนถูกมองน่ะเหรอ...ตอนแรกก็ตกใจอยู่หรอก...แต่ไอ้สายตาแบบนั้นนี่สิ..ทำให้ฉุกคิดขึ้นได้ ว่าตัวเองดันออกมาในสภาพแบบไหน
นาย...เอากระเป๋าชั้นมา ตวาดสั่งขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งสาวเท้าเข้าหาคนตัวโต...เป้าหมายอยู่ที่เป้ที่พาดอยู่บนหลังพ่อหนุ่มนั่นแหละนะ...แต่คิดเหรอ จะได้คืนมาง่ายๆน่ะ รู้จักคุซาโนะน้อยไปแล้ว เจ้าแมวจอมซ่าส์
อะไรกัน...แบบนี้ก็น่าดูใช่หยอก...ขอชั้นยืมควงเล่นสักชั่วโมงสองชั่วโมงสิ...นั่งรอตั้งนาน จะไปโรงเรียนตอนนี้ก็สายแล้ว...เพราะงั้น...ไปเที่ยวกันเหอะนะ คุซาโนะพูดขึ้น พลางยึดข้อมือเล็กที่พยายามยื้อกระเป๋าตนอยู่นั่น...รวบรัดตัดความเอาเองแถมต่อรองด้วยรอยยิ้ม...ที่อีกฝ่ายดูแล้วมันน่าต่อยให้ปากแตกสักทีสองทีเสียจริง
ไม่ไปเว้ย...จะกลับบ้าน
แล้วถ้ารูปพวกนี้ไปโผล่ที่โรงเรียน อะไรจะเกิดขึ้นน้า??? ร่างสูงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง พลางแกว่งโทรศัพท์ในมืออย่างเป็นต่อ...เป็นผลให้คนตัวเล็กชะงักกึก...เอาอีกแล้วเหรอ?? ทำไมถึงโดนหมอนี่เจอแต่ตอนที่เขาแย่ๆอย่างนี้ล่ะเนี่ย...ยูยะหยุดนิ่งไปสักครู่ ก่อนเอ่ยถามขึ้นมาอย่างเอาเรื่อง
นายจะเอาไง?
อย่างที่บอกไง...ถ้าตกลง ขากลับ ชั้นจะลบทิ้งให้หมดเลย ร่างสูงยื่นข้อเสนอ...แต่เมื่อเห็นร่างบางตรงหน้าเสมองออกไปอีกทาง ริมฝีปากเล็กขบเม้มราวกับใช้ความคิด ก็เอ่ยขึ้นไปอีกนิด อ้ะ ให้นายลบเองเลยก็ได้นะ
ตกลง ร่างเล็กรับคำทันทีที่จบความ...ทำเอาคุซาโนะแอบตกใจไม่น้อย คาดไม่ถึงทีเดียวว่าหมอนี่จะยอมเอาได้ง่ายๆแบบนี้...แล้วนี่ถ้ารู้ทีหลังว่าในโทรศัพท์เขาน่ะ มันไม่ได้มีรูปอะไรจะเอาไปแบลคเมล์ได้นี่จะวีนแตกขนาดไหนเนี่ย...แต่เอาเหอะน่า ได้แกล้งเล่นแบบนี้ ดีไม่หยอกเชียว
จะไปไหนก็รีบเข้าสิ...เดี๋ยวก็แห่กันออกมาจับชั้นกันอีกพอดี ร่างเล็กเอ่ยขึ้นเสียงเขียว พร้อมออกเดินนำไปก่อนอย่างเร่งรีบ...ดันมายืนต่อรองกันที่เกิดเหตุ...เกิดคนในฝั่งโน้นออกมาดู มิแย่ไปกว่าเดิมหรอกหรือไง
ร่างสูงวิ่งตามไปอย่างขำๆกับท่าที...ก่อนจะคว้ามือเล็กๆนั่นมาจับอย่างไม่เกรงใจ แม้จะถูกสะบัดออกในคราวแรก...แต่เมื่อไม่ปล่อยซะอย่าง อีกคนก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไปเท่านั้น
นี่ เดินห่างๆชั้นหน่อย แล้วก็เลิกจับได้แ้ล้ว มือน่ะ...คนมองเราจะแย่แล้วนะ
ยูยะเอ่ยขึ้น...เมื่อเข้ามาถึงใจแหล่งเที่ยวใจกลางเมือง...แต่ละทางที่เดินผ่าน ก็เรียกสายตาคนให้หันมามองได้เป็นอย่างดี...จนถึงกับทำให้คนตัวเล็กกระอักกระอ่วนในใจ คิดไปต่างๆนาๆว่าคนอื่นจะมองยังไง ที่เขามาเดินกับคุซาโนะในเวลานี้ และจะจับได้รึไม่ กับท่าทางประหลาดๆของเขาเอง
นี่คุณครับ...ตอนนี้ไม่มีใครคิดหรอก ว่าผมจะควงคุณหัวหน้ามาเที่ยวเตร่แบบนี้น่ะ.... ร่างสูงเอ่ยขึ้นบ้าง พร้อมทั้งเว้นช่องว่างไว้เสียนิด ก่อนจะต่อให้จบประโยค คงมีแต่คนคิดว่าผมควงสาวหน้าใส โรงเรียนสตรีชื่อดังมาเดทมากกว่าล่ะมั้ง
ใช่สิ...ลืมไปเสียสนิทเลย...สภาพของยูยะในตอนนี้..ไม่ต่างอะไรกับที่คุซาโนะเอ่ยปากออกมาสักนิด...ร่างเล็กอยู่ในเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนพี่สาวเมื่อครู่...เสื้อเชิ๊ตสีขาวสะอาดตา แขนสั้นเหนือศอก ตัวหลวมกว่าตัวเล็กน้อย ชายเสื้อเหน็บอยู่กับขอบกระโปรงลายตารางเล็กๆสีดำปนขาว...เรียวขาที่โผล่พ้นออกมานั่นอีก...ราวกับเรียวขาของผู้หญิงก็ไม่ปาน..จะติดก็แต่รองเท้า..ผ้าใบสีเทาคู่พอดีเท้า ที่ดูไม่ค่อยเข้ากับชุดนักเรียนเสียสักเท่าไหร่เอาเสียเลย...สายตาของคุซาโนะที่มองอยู่ระหว่างช่วงขาถึงเท้่าที่นานพอควร ถึงกับทำให้คนถูกมองรู้สึกร้อนวาบบนใบหน้าอย่างเสียไม่ได้
เลิกมองได้แล้ว ยูยะเอ่ย...พลางใช้มืออีกข้่างดึงกระโปรงลง ราวกับมันจะยืดลงมาปกคลุมขาของตนได้ยังไงยังงั้น...เห็นพี่สาวใส่มันก็ไม่ถึงกับสั้นขนาดนี้...แต่พอเขาเป็นคนสวม มันกลับสั้นขึ้นมาได้ซะงั้น...ทั้งที่สูงกว่ากันไม่เท่าไหร่ แต่ไม่คิดว่าจะเห็นความต่างได้เวลาสวมกระโปรงตัวเดียวกันนี่เลยนะนี่
ฮ่ะๆๆๆ ร่างสูงหัวเราะขำๆกับท่าทางที่ว่าจะิเขินก็ไม่ใช่ ประหม่าก็ไม่เชิงของคนตรงหน้า พลางกระชับมือให้มั่น ก่อนจะพาเอาร่างเล็กเดินตามเข้าออกร้านนั้น ร้านโน้นเป็นว่าเล่นไปหมด
แรกๆก็ไม่รู้สึกสนุกอะไรนักหรอก แต่พอเดินไปเรื่อยๆ ไอ้ความอายมันก็เริ่มหายไปแล้ว แถมยังไม่มีใครรู้จักเขาเสียอีกต่างหาก..จะกลัวอะไรไปล่ะ...แล้วนี่ยังเป็นครั้งแรกด้วย ที่โดดเรียนมาเที่ยวแบบนี้...ยูยะแอบเหลือบสายตามองคนที่คุยไปยิ้มร่าไปได้ตลอดเวลาอย่างคุซาโนะอยู่บ่อยๆ มือหนึ่งก็ชี้ชวนให้เขาดูนั่นนี่อยู่ไม่ขาด แต่อีกมือก็ยังจัีบคาไว้ที่มือของเขาตลอดไม่ปล่อยเช่นกัน...
....จะว่าไป....ไอ้ไฝสี่เม็ดนั่นก็ทำให้หมอนี่ดูมีเสน่ห์ขึ้นจริงๆนะ...
ฮึ่ยยยยยยย นี่คิดอะไรออกไปเนี่ย เทโกชิ!!!!
เดินกันเข้าร้านนั้น ทะลุร้านนี้กันจนลืมเวลา...มาสังเกตุเอากันก็เมื่อพระอาทิตย์แทบจะลาลับจากขอบฟ้าไปเสียแล้วนั่นเอง...สองร่างเดินเคียงกันมาตามทางเดินของสวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง...ที่วันหยุดสุดสัปดาห์จะมีคนมากมายมาจับจองตามริมเส้นทางเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมต่างๆให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ...หากแต่วันนี้เป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น ทำให้สวนกว้างดูเงียบไปถนัดตา...จะมีก็แต่เพียงหนุ่มสาวมานั่งคุยกันบ้าง...หรือคนแก่ที่มาออกกำลังกายในเวลาเย็นบ้าง แม้แต่พาสุนัขมาเดินเล่นบ้างก็มีให้เห็นประปราย
ร่างเล็กกระตุกมือตนจากอีกคนค่อยๆ...เป็นเชิงเตือนสติให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงเวลาที่ล่วงเลยไปมากแล้ว
คุซาโนะหันมาตามแรงดึง...มองตามร่างเล็กที่หยุดเขาไว้ด้วยดวงตาคู่โตนั้น..บัดนี้ราวกับกระจกแก้ว ที่สะท้อนภาพตัวเขาออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าขาวได้รูบแหงนเงยรับกับแสงสีส้มจางๆยามพลบค่ำ ที่ทำให้คนเห็นใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว...ลมบางๆพัดเอากลิ่นอายของใบไม้ ดอกไม้ในสวนให้โชยผ่าน ส่งกลิ่นกรุ่นกำจายคลุ้งไปทั่วบริเวณสวนกว้าง...ราวกับเป็นมนตร์..สะกดใจให้ใครต่อใครผ่อนคลาย จนเลยล้ำก้าวข้ามเส้นที่ตนเคยขีดเอาไว้ไปอย่างไม่รู้ตัว
มือใหญ่เือื้อมปัดปอยผมของคนตรงหน้าขึ้นทัดหู เพื่อป้องกันแรงลมที่พัดเอาเส้นผมอ่อนสลวยให้ปลิวไปอย่างไร้ทิศทางอย่างลืมตัว...ฝ่ายถูกกระทำเองก็ร้อนวูบบนใบหน้าขึ้นมาไม่น้อยกับการกระทำเช่นนั้นของอีกคน..บวกกับสายตาที่ไม่ละออกจากกันนั่นอีก...ราวกับขั้วแม่เหล็กที่ต่างกัน กำัลังพยายามส่งแรงดึงดูดเข้าหากันอย่างไม่ให้ตนเองได้รู้ตัว
กว่าจะรู้...ปลายนิ้วเรียวก็ไล้มาจับอยู่ที่ปลายคางมน...กับใบหน้าคมได้รูปของร่างสูงที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ ดวงตากลมโตหรุบลงอย่างไม่รู้ตัว รอรับสัมผัสจากอีกฝ่ายอย่างไม่มีคำค้านใดๆ...หรือนี่จะเป็นเสียงที่ดังอยู่ข้างในกันนะ ที่ขจัดเอาความแข็งขืนของสองฝ่ายทิ้งไปเสียแบบนี้
ริมฝีปากอุ่นๆประทับลงมาเพียงบางๆ...ก่อนมือที่จัีบบนปลายคางจะเลื่อนมาโอบกอดเอาไว้ทั้งตัว...มอบรสจูบอันแสนอบอุ่น และอ่อนโยนให้อีกฝ่ายอย่างไม่คาดคิด...เรียวปากเล็กกลับยินยอมให้อีกฝ่ายกอบโกยเอาผลประโยชน์ใส่ตัวอย่างไม่มีรังเกียจ...จวบจนผละออกจากกัน แต่จมูกโด่งสวยกลับยังคงไถลไปฝั่งยังกลุ่มแก้มเนียน ที่แดงระเรื่อขึ้นมาทันตาเห็น
มือเล็กดันตัวให้ห่างจากอีกคนด้วยแรงเพียงเล็กน้อย...ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้ง...ทว่าในครานี้กลับดูอ่อนเชื่อมลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งสองฝ่าย...ร้อนถึงฝ่ายยูยะเองต้องเป็นคนหลบสายตาคมที่จ้องมาอยู่ไม่วางเสียเอง
ไหนล่ะ...ข้อแลกเปลี่ยนของนาย ร่างเล็กทวงสัญญา...ทว่าน้ำเสียงเปลี่ยนจากตอนแรกไปเสียมากทีเดียว ลมหายใจเหนื่อยหอบจากพิษไข้ที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ผิวแก้มสูบฉีดเลือดเสียจนเป็นริ้วสีแดง...เห็นแล้วน่ากดจมูกลงไปอีกสักครั้งให้ชื่นใจ
เอ่อ....ไม่มี คุซาโนะชั่งใจ..ตอบเพียงเบาๆ...นึกหวั่นใจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ต้องให้ทันได้ตั้งตัวใดๆ อีกฝ่ายสะบัดหน้ากลับมามองพร้อมกับตีสีหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมแจ๋วฉายแววโกรธออกมาอย่างไม่มีปิดบังในทันท่วงที...อารมณ์หวานเมื่อครู่ราวกับจะเหือดหายไปในทันตาเห็น
ห้ะ???????? นี่นายหลอกชั้น?
นายนี่มัน.....เอากระเป๋าชั้นมา!! ร่างเล็กว่าเสียงดุ แต่ไม่โวยวายอย่างที่คิด...เป็นอันทำให้คนตัวโตกว่าจ๋อยไปกว่าครึ่ง ค่อยถอดกระเป๋าสะพายคืนให้ช้าๆ ก่อนจะถูกคว้าไปจากมือเล็กโดยที่แทบไม่สนใจเขาเลยแม้สักน้อย...โกรธเข้าแล้วจริงๆหรือไงนี่?
ยืนรออยู่สักครู่...ร่างเล็กคุ้นตาก็กลับออกมาจากห้องน้ำสาธารณะไ่ม่ใกล้ไม่ไกลที่ผลุนผลันเข้าไปเมื่อครู่ด้วยชุดเดิมที่เห็นยามเช้า...สวมหมวกเหมือนเช่นเคย...แต่คราวนี้ปีกหมวกแทบจะลงมาคลุมจนเกือบจะมองไม่เห็นหน้าด้วยซ้ำ...ทว่าใบหน้าหวานยังคงมีเค้าบึ้งเล็กน้อย และดูจะหนักกว่าเก่า เมื่อกลับออกมาแล้วยังคงเห็นใครอีกคนที่ไม่อยากเห็นในตอนนี้...ได้แต่สะบัดหน้าเมินหนี พร้อมกับสาวเท้าให้ออกห่างจากที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด
ร่างเล็กถูกตามมาห่างๆตั้งแต่สวนสาธารณะ จนกระทั่งเืกือบถึงบ้านตนเลยทีเดียว...รู้ตัวอยู่ตลอดน่ะแหละว่าถูกตามอยู่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะตามขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน แล้วเดินตามมาจนจะถึงบ้านอยู่แล้วแบบนี้...ยูยะรีบเดินเลี้ยวเข้าซอยหนึ่ง ก่อนจะหยุดยืนอยู่ข้างเสาไฟต้นใหญ่อยู่อย่างนั้น...จวบจนปรากฏอีกร่างหนึ่งตามมาอย่างเร่งรีบ ผ่านหน้าเขาไป ราวกับกำลังหาอะไรอยู่อย่างนั้น
นายจะตามชั้นมาทำไม? เสียงเรียบๆเอ่ยขึ้น...พาให้คนที่แอบตามมาอย่างคุซาโนะตกใจอยู่ไม่น้อย ที่จู่ๆคนที่ถูกตามกลับเป็นฝ่ายอยู่ข้างหลัง...ร่างเล็กกอดอก มองเขาหน้าตาเฉย...แถมยังดวงตารั้นๆนั่นอีก ที่จ้องมองมาทางเขาอย่างเอาเรื่องเสียเหลือเกิน
นายรู้??
คนตามแบบนี้ จะให้ไม่รู้รึไงกัน? ร่างเล็กเอ่ยเสียงดัง...ก็เล่นตามตั้งแต่เขาเดินหนีออกมา...ใครกันจะไม่รู้ได้เล่า บ้าจริงเจ้านี่...เล่นตามกันโต้งๆแบบนี้ ต่อให้โง่แ่ค่ไหนก็รู้ล่ะน่ะ!!!!
ยังโกรธกันอีกเหรอ ร่างสูงคว้าข้อมือไว้ ก่อนที่ยูยะจะเดินผ่านหน้าไป...รั้งให้คนตัวเล็กหันมามองอย่างประหลาดใจ...ก่อนจะสะบัดมือออกจากการเกาะกุม...เป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี ว่าในขณะนี้ กำลังรู้สึกอย่างไรอยู่
เมื่อหลุดพ้นจากการเกาะกุม ร่างเล็กก็รีบจ้ำต่อไปให้เร็วที่สุด...แต่คุซาโนะเองก็ตามเข้าไปรั้งตัวโอบจากด้านหลังอีกครั้ง...ด้วยไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าไม่อยากให้คนตรงหน้าแสดงทีท่าเฉยเมยแบบนี้เท่านั้น...ซบใบหน้าลงบนไหล่เล็ก พึมพำอะไรบางอย่างออกมาเพียงเบาๆ...ก่อนจะผละออกจากไป ทิ้งไว้แต่เพียงไออุ่นที่ยังกรุ่นอยู่บนซอกคอของอีกคน...ที่ถึงกับนิ่งงันด้วยถ้อยคำนั้น
วันนี้...สนุกจริงๆ ที่มีนายเดินเป็นเพื่อน....ขอบคุณนะ
ยูยะสะบัดหัวไล่ความรู้สึกแปลกๆออกไป..ทว่า ถ้อยคำกลับวนเวียนอยู่ไม่จาง...หนำซ้ำยังใบหน้าของพ่อตัวดีที่ทำหน้าหงอยราวกับสำนึกผิดกลับสว่างวาบขึ้นมาเสียแบบนั้น...
ราวกับสายน้ำที่ไหลย้อนกลับ...ยิ่งคิดถึงมากเท่าไหร่ ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้กลับฉายขึ้นอย่างแจ่มชัดมากขึ้นเท่านั้น...ความอ่อนโยนที่มอบมาให้นั่นก็อีก...ทำเอาัหัวใจแทบกระเด็นกระดอนได้เสียทีเดียว...นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ยิ่งคิด...ยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวไปเสียหมด...นี่ไข้เกิดกลับขึ้นมารึอย่างไรกัน...ผิวเนื้อขาวๆร้อนวูบบนบริเวณที่ถูกจู่โจมสัมผัส....ทั้งมือแกร่งที่กอบกุมไว้ไม่ให้ห่าง...ริมฝีปากคู่สวยที่ถูกริดรอนเสียจนแดงซ่าน...แก้มใสที่คลอเคลียอย่างทนุถนอม...และยังกรุ่นไอบนซอกคอเมื่อครู่เสียอีก...นี่เขาจะหวั่นไหว คิดอะไรกับการกระทำเช่นนี้ได้หรือเช่นไร
ในเมื่อ จุดประสงค์ของนายคุซาโนะนั่น ก็ต้องการเพียงแก้แค้นเขาเท่านั้นเอง
**************************************
つつぐ