2006/Nov/01

初恋#06

เสียงโทรศัพท์ ดังขึ้นรบกวนการนอนเป็นอย่างมากจำได้ว่ากดตัดสายไปไม่รู้ต่อกี่ครั้ง แต่ก็ดังขึ้นใหม่ได้ตลอด...ทำเอาคนตัวเล็กจอมขี้เซาควานหามารับจนได้....ใครโทรมาวะเนี่ย??

แค่กดรับสายไปเท่านั้นแหละ ตาที่ไม่ลืมขึ้นมามองชื่อคนโทรสักนิดนั่นแทบจะตื่นอย่างเต็มสติ...ก็ไอ้เสียงปลายสายที่แว้ดๆมานั่นน่ะแหละ ทำให้รีบเอาโทรศัพท์ออกจากหูแทบไม่ทัน

ไอ้แสบ...เอาแฟ้มบนโต้ะมาให้หน่อยดิ๊ กับถุงชุดนักเรียนที่จะส่งซักน่ะ ฝากด้วยนะ

ยูคาริ...พี่สาวตัวดีที่วันนี้ออกจากบ้านตั้งแต่ไก่ยังไม่โห่...แต่กลับลืมงานที่ครบกำหนดส่งของตนไว้บนโต๊ะเสียอีก...เวรจริงๆ รีบๆทีไร เป๋อทุกที...

ตัวออกไปทำไมไม่เอาไปด้วยเล่า ปลายสายตอบกลับมาอย่างเหนื่อยๆ...จริงๆวันนี้ไม่อยากลุกไปไหนเลยด้วยซ้ำ...ทำไมขี้ลืมอย่างนี้นะพี่เรา

เอ้ะ ก็คนมันลืม....จะเอามาให้หรือไม่มาห้ะ เธอตอบเสียงดุ...ยังจะมาลีลาอีกน้องชั้น...นี่คงกลิ้งอยู่บนที่นอนล่ะสิ...อยู่ใกล้ๆแม่จะถีบให้หายไข้มันซะเลย

เออๆๆ เดี๋ยวถึงรร. แล้วจะโทรบอกละกัน ตอบกลับ พร้อมกับกดวางสาย...ก่อนจะยันตัวให้ลุกออกจากเตียงเล็กๆ...ทำไมหัวมันหนักไปหมดแบบนี้เนี่ย...ยัยโหดเอ้ย..น้องไม่สบายยังจะใช้อีก

คนอุตส่าห์ได้หยุดเรียนทั้งที....แถมโทรไปอ้อนชิเงะตั้งแต่เช้าให้ช่วยบอกอาจารย์ให้ด้วย ว่าไม่สบาย นอนแกร่วอยู่บ้าน....ทำเสียงน่าสงสารไปซะหน่อย...แค่นี้ก็เรียบร้อยโรงเรียนยูยะ...วันนี้ถึงเลคเชอร์จากชิเงะไม่ครบ เดี๋ยวก็ได้ครบจากคนอื่นๆที่พร้อมจะเสนอให้เองแหละ ขาดสักวันคงไม่เป็นไรหรอกน่า

แต่ยัยพี่สาวตัวดีนี่สิ...ขัดเวลานอนเสียจริง...ของๆตัวเองแท้ๆ ดันไม่ยอมหยิบไป...ทีไอ้กล่องข้าวน่ะ หยิบไปทั้งของตัว ของเค้า...ให้ตายสิยัยบ้าเอ้ย

ก่อนออกจากบ้าน ไม่ลืมที่จะคว้าเอาเสื้อนอกมีฮู้ดตัวโตสวมทับเข้าไปอีกชั้น...กับหมวกใบโปรดสีน้ำเงินเข้มที่แม่ซื้อไว้ให้ตอนวันเกิดปีที่ผ่านมาสวมทับเข้าไปอีกหน่อย...แค่นี้ก็หล่อแล้ว (เรอะ?)...

เด็กหนุ่มเดินจ้ำมาถึงที่หมายอย่างรีบร้อน...รีบมาซะ จะได้รีบกลับไปนอน...นี่คือความคิดเดียวที่มีของตัวเองในตอนนี้ พอถึงหน้าประตูโรงเรียนที่พี่สาวตนเรียนอยู่ ก็รีบควัีกโทรศัพท์ออกมาต่อเบอร์ในทันที

นี่...ถึงแล้วนะ...รีบออกมาซะเอาไปซะทีสิ

ไปไม่ได้อ่ะ...ช่วยเอาเข้ามาให้หน่อยดิ เสียงปลายสายตอบกลับมาเบาๆ...ราวกับตอนนี้กำลังติดธุระอะไรบางอย่างที่สำคัีญมากอยู่อย่างนั้นแหละ

เฮ้ย จะเข้าไปยังไง? รร.เธอมันเข้าได้ที่ไหนล่ะ? ยูยะโวยขึ้น...แน่ะ..ยามที่นั่งเฝ้าอยู่หน้าประตูหันมามองทางเขาแล้วมั๊ยล่ะ...หันมามองบ่อยๆ ยังกับเขาเป็นพวกโจร ผู้ร้ายยังไงยังงั้น....นี่แหละน้า โรงเรียนสตรีชื่อดัง...การอนุญาตคนเข้าออกแทบจะเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆเสียทีเดียว...ยิ่งเขาเป็นคนแปลกหน้า แถมเป็นผู้ชายด้วยเนี่ย เวลาปกติแบบนี้อย่าหวังเลยจะได้เหยียบเข้าไปน่ะ

เออใช่...แต่ชั้นออกไปไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวต้องคุยกะอาจารย์น่ะ....จะถึงตาชั้นอยู่แล้ว

เอางี้...หลังรร.นะ จะมีกำแพงที่มันมีต้นไม้ข้างๆอ่ะ...ปีนเข้าทางนั้นละกัน

ผู้เป็นพี่หยุดคิดชั่วครู่...ก่อนจะแนะทางหนึ่งให้น้องชาย...ก็ทางนั้นน่ะ...ไม่มีใครเค้าเข้ากันหรอก...เธอเองก็เคยแค่ครั้งสองครั้ง เวลาที่มาสายเท่านั้นแหละ...แต่รับรอง ไม่่มีใครเคยเห็นแน่ๆ พี่สาวคนสวยเอาหัวเป็นประกัน (คิดเองเออเองทั้งน้าน คุณพี่)

เฮ้ย....บ้ารึเปล่า ปีนต้นไม้??? อีกแล้วเรอะ??...ร่างเล็กร้องอย่างตกใจ นี่เขาต้องปีนต้นไม้ กระโดดข้ามกำแพงอีกแล้วเหรอ...เจ็บระบมไปวันก่อนยังไม่หายดีจนไข้ขึ้นนี่ยังไม่พออีกรึไงเนี่ย

ไม่บ้าแล้ว...ชั้นต้องรีบใช้จริงๆนะยูยะ ถือว่าขอร้องละกัน เข้ามาแล้ววางให้ทีที่ล็อคเกอร์ก็ได้

ไม่มีคนอยู่หรอก...รอสอบกันเนี่ย เธอว่าอีกครั้ง...น้ำเสียงในคราวนี้อ่อนลงมากทีเดียว...ดวงตากลมสวยมองนาฬิกาบนข้อมือสลับกับทางหน้าต่างบานใหญ่ไปมา...ทั้งน้ำเสียง ทั้งท่าทางที่กระสับกระส่ายแสดงออกมาอย่างไม่มีปิดบังว่ากำลัีงกังวลอยู่เป็นอย่างมาก

เออๆๆ ก็ได้...ไปทางไหนยังไงอ่ะ? ร่างเล็กตอบรับอย่างเสียไม่ได้...เล่นทำเสียงแบบนี้...รู้หรอก ว่าสำคัญ ไม่งั้นคงไม่โทรให้เขาเอาออกมาให้ทั้งที่รู้หรอกว่าเขาน่ะไม่สบาย...ไหนๆก็ไหนๆ ลองอีกสักทีจะเป็นไรไป

เสียงปลายสายตอบกลับมาพร้อมกับอีกด้านที่พยักหน้ารับเอาคำพูดเหล่านั้นมาท่องให้จำขึ้นใจ...ก่อนจะวางสาย...แต่พอเดินผ่านหน้าประตูใหญ่ ก็ยังคงถูกมองจากตาลุงคนเดิมอยู่ดี...นี่จะคิดว่าเขาเป็นโรคจิต แล้วโทรแจ้งตำรวจมาจับรึเปล่าเนี่ย???

เดินอ้อมมาฝั่งตะวันตกของรร.เสียจนเหนื่อย...อันที่จริงก็ไม่ใช่โรงเรียนที่กว้างขวางอะไรมากมายนักหรอก แต่ทางชันแบบนี้สิ...ไม่สมประกอบอย่างเขาก็เล่นเอาหอบเหมือนกัน...ยูยะเงยหน้าขึ้นมองต้นไม้ใหญ่ข้างกำแพงอย่างชั่งใจ...ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบากใจ...ก็มัน...มันสูงกว่ากำแพงโรงเรียนเขาตั้งเยอะแน่ะ...แถมมันก็ไม่ได้ใกล้แบบที่จะข้ามไปง่ายๆ นี่เขาต้องปีนขึ้นไป แล้วต้องไถไปตามกิ่งที่มันยื่นเข้าไปอย่างนั้นเหรอเนี่ย?? แค่คิดก็สยองแล้ว

เหลียวซ้ายแลขวาสักครู่...ก่อนจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด...เอาวะ...ขึ้นก็ขึ้น!!!!

ร่างเล็กพลิกปีกหมวกไปด้านหลัง ตามด้วยพับแขนเสื้อให้รั้งขึ้นไปเหนือข้อศอก...ยัดแฟ้มลงในเป้ก่อนจะสะพายไว้บนหลัง...หลับตา นับหนึ่งสองสาม ก่อนจะเริ่มต้นทำภารกิจของตัวเอง แต่เพื่อพี่สาวสุดที่รัก(??)ให้เสร็จสิ้น

เมื่อขึ้นไปได้...อีกฝั่งนั้นกลับไม่ได้ลงยากอย่างที่คิด...เพราะไอ้ที่ยากน่ะ คือตอนปีนเข้ามาจากฝั่งด้านนอกต่างหาก แต่ฝั่งนี้ ต้นไม้ถึงจะเล็กกว่าก็เถอะ...แต่กิ่งก้านกลับมีมากกว่า ให้จับ ยึด เกาะได้อุ่นใจกว่าเยอะเชียวล่ะ แุถมดินฝั่งด้านในก็ถมขึ้นมาเสียสูงกว่าด้านนอกเอาการทีเดียว มองลงไปเห็นพื้นอยู่ไม่ไกลก็เบาใจขึ้นจนแทบหายกลัว

ร่างเล็กออกเดินตามหาห้องโถงกว้างตามที่พี่สาวบอกจนเจอ...สับสนเหมือนกันแฮะ ห้องเรียนแทบจะเหมือนกันหมดแบบนี้ แต่โถงที่ว่านี่อยู่ค่อนข้างห่างจากทางที่เขาเข้ามาพอควรอยู่ทีเดียว เป็นแหล่งรวมล็อคเกอร์ของบรรดานักเรียนเอาไว้ทั้งหมด ก่อนจะผ่านประตูอีกชั้นเข้าไปเป็นอาคารเรียนหลังต่างๆอีกทีหนึ่ง...เขาเองก็จำได้ว่าเคยเข้ามาที่นี่จริงๆแค่สองครั้ง ในตอนเทศกาลโรงเรียนเท่านั้นแหละ เพราะในเวลานั้น โรงเรียนจะเปิดให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าออกได้ แต่ปกติแล้วก็แทบจะไม่อนุญาตเลย ถ้าไม่ใช่ผู้ปกครองเท่านั้น...นี่ถ้าแม่อยู่ เขาคงไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆแบบนี้หรอก

วางแฟ้มไว้ในล็อคเกอร์ของผู้เป็นพี่สาวที่ตนเองไล่หาจนเจอ...ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แต่ยังไม่ทันปิดล็อคเกอร์ กลับเจอเข้ากับเด็กสาวสองสามคนที่วิ่งเข้ามาพร้อมกันในโถงกว้าง...ต่างฝ่ายตากชะงักมองกันและกัน...แต่ดูฝ่ายสามสาวนั้นจะมองเด็กหนุ่มแปลกหน้าที่เข้ามาในเขตหวงห้ามแบบนี้อย่างตกใจเสียมากกว่า ก่อนจะระเบิดเสียงขึ้นมาแทบจะพร้อมๆกัน

นาย!!!!!!!!!!!! เข้ามาได้ไง!!!

นั่นมันล็อคเกอร์รุ่นพี่นี่...โรคจิตแน่ๆเลย ริสะจัง อีกคนเอ่ยขึ้นเบาๆ

เรียกยาม..เรียกยามเร็วเข้า อีกคนเอ่ยขึ้น พร้อมผลุนผลันออกไปอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่หนุ่มน้อยจะเห็นท่าไม่ดี ขยับปีกหมวกเสียนิด ถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วหันหลังวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว

เฮ้ยยยย หมอนั่นหนีไปแล้ว!!! สองคนที่เหลือตะโกนขึ้น ก่อนจะออกวิ่งตามคนที่วิ่งไปก่อนหน้าอย่างเอาเป็นเอาตาย

ซวยจริงๆ...ยูยะคิด...โดนเห็นเข้าจนได้แบบนี้ แล้วนี่จะกลับออกไปได้ยังไงเนี่ย ป่านนี้คงตามหาตัวเขาให้ควั่กกันแล้วล่ะมั้งเนี่ย...ทั้งนักเรียน ทั้งอาจารย์ แถมยังยามอีก...ได้เรื่องดีจริงๆ มีมันได้ไม่เว้นวันเล้ย

ตากลมเหลียวมองไปรอบๆกาย...นี่เขาวิ่งมาถึงไหนก็ไม่รู้ เห็นเป็นห้องน้ำ ก็เข้ามายึดซะหนึ่งห้อง นั่งหลบอยู่เกือบจะสิบนาทีเข้าไปแล้ว...ได้ยินเสียงตึกตักผ่านไปก็หลายที เสียงตะโกนคุยกันของเด็กผู้หญิงหลายๆคนก็หลายครั้ง...แล้วจะออกไปยังไงล่ะเนี่ย....ลืมคิดไปนิดนึง ว่าโรงเรียนสตรี ห้องน้ำนักเรียนมันก็มีแต่ผู้หญิงน่ะสิ...โธ่เอ้ย เวรกรรมจริงๆ!!!!

เหลือบไปเห็นกระเป๋าที่กองอยู่ปลายเท้าแล้วก็ฉุกใจคิด...ใช่สิ...ยัยพี่บ้านั่น!!!!

ผ่านไปสักครู่ใหญ่...ร่างเล็กค่อยเยี่ยมหน้าออกจากห้องน้ำอย่างกล้าๆกลัีวๆ..เมื่อเห็นไม่มีคน ก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งใจ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องน้ำ...รีบจ้ำออกไปให้พ้นจากที่นี่อย่างรวดเร็ว แต่ก็สะดุดเข้ากับกระจกบานใหญ่ข้างกาย...พาให้สายตาตนเองหยุดมองเสียทีหนึ่ง

เออ...ประหลาดดีแฮะ ยูยะถลาเข้าไปเกาะอ่างล้างมือข้างกระจก ก่อนจะมองสำรวจตัวเองอย่างติดตลก

เสียงจ้อกแจ้กของนักเรียนหญิงสามสี่คนดังขึ้น ก่อนจะก้าวเข้ามาในห้องน้ำพร้อมๆกัน...พาให้เจ้าตัวดีรีบหาทางหลบแทบไม่ทัน...แต่กลับแปลก ที่แต่ละคนกลับแยกย้ายกันเข้าห้องน้ำบ้าง บ้างก็ควักเอาเครื่องสำอางค์ออกมาโปะกันแบบไม่สนใจเขาแม้สักน้อย...ยูยะเองก็ได้แต่ทำเป็นไม่สนใจ ส่องกระจกไปมาสักครู่ ก่อนจะชิงเดินหลบออกมาด้วยใจที่เต้นตุ้มๆต่อมๆ

ออกมาได้ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่...นี่วันนี้ถอนหายใจไปกี่ครั้งแล้วเรา??...แต่พอรู้สึกตัว ก็รีบสาวเท้าให้ก้าวยาวขึ้น...ยิ่งเมื่อคุ้นกับเส้นทางว่าเป็นทางที่ตนเดินมาตอนขามายิ่งสืบท้าวให้เร็วขึ้นกว่าเดิม...ก่อนที่จะให้ใครมาเห็นมากไปกว่านี้...ขืนจับได้ เรื่องใหญ่แน่ๆ

ถึงต้นไม้เจ้าปัญหา...ยูยะเองปาเป้ของตัวเองไปอีกฝั่งก่อนตัวเองจะกระโดดขึ้นต้นไม้นั่นอีกครั้ง...อย่าให้ใครมาเห็นเอาตอนนี้เลย ขอทีเหอะ...ให้มันจบแบบไม่สวยแค่นี้ก็แย่จะเกินทนอยู่แล้ว...

กระโดดลงถึงพื้นได้ไม่เท่าไหร่...ปัดฝุ่นผงจากเกล็ดต้นไม้ใหญ่ที่ร่วงมาเกาะตามเสื้อผ้า ร่างกายไปได้เสียหน่อย...กระเป๋าที่โยนมาเมื่อครู่ ก็มาอยู่ตรงหน้าซะเสียอย่างนั้น

ขอบใจ ร่างเล็กเอ่ย ก่อนจะเบิกตากว้าง....เฮ้ยยยย ใครวะ?

ตาแทบถลน เมื่อเจ้าของมืือที่ถือกระเป๋ายิ้มเผล่ให้อยู่ข้างหลัง...ร่างสูงกว่ายกมุมปากแสดงความขบขันอย่างไม่มีปิดบัง ในขณะเดียวกันที่ยูยะเองถึงกับเหงื่อตกได้อย่างชัดเจน...ทำไม หมอนี่มาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?

ตกใจไรล่ะนาย? ร่างสูงถามยียวน...เมื่อไม่เห็นอีกฝ่ายรับกระเป๋าไปจากมือ ก็คว้าเข้ามาสะพายไว้เสียเอง

นาย...มาอยู่นี่ได้ไง? แล้วมาตั้งแต่เมื่อไหร่? ยูยะตะกุกตะกักถามไป...ท่าทางหมอนี่ไม่น่าไว้ใจเอาซะเลย ยิ่งยิ้มแบบนี้ด้วยนะ...ตาย ตายอย่างไม่ต้องผุดต้องเกิดแล้วเทโกชิ !!!

หึหึหึ...ก็นานพอที่... ร่างสูงเอ่ยยิ้มๆ...พลางก้าวขาถอยหลังออกไปเสียสองสามก้าว...ก่อนจะต่อประโยคให้จบตามที่สายตาดุๆตวัดมองมาอย่างเอาเรื่องนั้น

นานพอที่..จะเห็นใครบางคนกลับออกมาในสภาพนี้น่ะสิ คุซาโนะเอ่ยขันๆ...อันที่จริงเขาแอบเดินตามมาตั้งแต่เจอที่สถานีรถไฟแล้วนั่นแหละ...เห็นตั้งแต่ตอนหมอนี่เดินวนๆเวียนอยู่หน้าประตูโรงเรียน จนมาลงเอยเอาอีตอนปีนเข้าไป...นั่งรออยู่ตั้งนาน คิดว่าจะปีนเข้าไปบ้างแล้ว...ตั้งแต่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายลอดผ่านมาให้ได้ยินเมื่อสักเกือบครึ่งชั่วโมงที่แล้ว...จนมาเห็นร่างเล็กตะกายกลับออกมาทางเดิมแบบนี้อีกครั้งจนได้นั่นแหละ...ที่รอมาก็ไม่นับว่าเสียเที่ยวพอควรล่ะนะ

ร่างสูงยืนสำรวจอย่างพอใจ...ดวงตาคมหรี่มองขึ้นลงราวกับคนข้างหน้าเป็นสินค้าชิ้นงามเสียแบบนั้น...ส่วนคนถูกมองน่ะเหรอ...ตอนแรกก็ตกใจอยู่หรอก...แต่ไอ้สายตาแบบนั้นนี่สิ..ทำให้ฉุกคิดขึ้นได้ ว่าตัวเองดันออกมาในสภาพแบบไหน

นาย...เอากระเป๋าชั้นมา ตวาดสั่งขึ้นเสียงดัง พร้อมทั้งสาวเท้าเข้าหาคนตัวโต...เป้าหมายอยู่ที่เป้ที่พาดอยู่บนหลังพ่อหนุ่มนั่นแหละนะ...แต่คิดเหรอ จะได้คืนมาง่ายๆน่ะ รู้จักคุซาโนะน้อยไปแล้ว เจ้าแมวจอมซ่าส์

อะไรกัน...แบบนี้ก็น่าดูใช่หยอก...ขอชั้นยืมควงเล่นสักชั่วโมงสองชั่วโมงสิ...นั่งรอตั้งนาน จะไปโรงเรียนตอนนี้ก็สายแล้ว...เพราะงั้น...ไปเที่ยวกันเหอะนะ คุซาโนะพูดขึ้น พลางยึดข้อมือเล็กที่พยายามยื้อกระเป๋าตนอยู่นั่น...รวบรัดตัดความเอาเองแถมต่อรองด้วยรอยยิ้ม...ที่อีกฝ่ายดูแล้วมันน่าต่อยให้ปากแตกสักทีสองทีเสียจริง

ไม่ไปเว้ย...จะกลับบ้าน

แล้วถ้ารูปพวกนี้ไปโผล่ที่โรงเรียน อะไรจะเกิดขึ้นน้า??? ร่างสูงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง พลางแกว่งโทรศัพท์ในมืออย่างเป็นต่อ...เป็นผลให้คนตัวเล็กชะงักกึก...เอาอีกแล้วเหรอ?? ทำไมถึงโดนหมอนี่เจอแต่ตอนที่เขาแย่ๆอย่างนี้ล่ะเนี่ย...ยูยะหยุดนิ่งไปสักครู่ ก่อนเอ่ยถามขึ้นมาอย่างเอาเรื่อง

นายจะเอาไง?

อย่างที่บอกไง...ถ้าตกลง ขากลับ ชั้นจะลบทิ้งให้หมดเลย ร่างสูงยื่นข้อเสนอ...แต่เมื่อเห็นร่างบางตรงหน้าเสมองออกไปอีกทาง ริมฝีปากเล็กขบเม้มราวกับใช้ความคิด ก็เอ่ยขึ้นไปอีกนิด อ้ะ ให้นายลบเองเลยก็ได้นะ

ตกลง ร่างเล็กรับคำทันทีที่จบความ...ทำเอาคุซาโนะแอบตกใจไม่น้อย คาดไม่ถึงทีเดียวว่าหมอนี่จะยอมเอาได้ง่ายๆแบบนี้...แล้วนี่ถ้ารู้ทีหลังว่าในโทรศัพท์เขาน่ะ มันไม่ได้มีรูปอะไรจะเอาไปแบลคเมล์ได้นี่จะวีนแตกขนาดไหนเนี่ย...แต่เอาเหอะน่า ได้แกล้งเล่นแบบนี้ ดีไม่หยอกเชียว

จะไปไหนก็รีบเข้าสิ...เดี๋ยวก็แห่กันออกมาจับชั้นกันอีกพอดี ร่างเล็กเอ่ยขึ้นเสียงเขียว พร้อมออกเดินนำไปก่อนอย่างเร่งรีบ...ดันมายืนต่อรองกันที่เกิดเหตุ...เกิดคนในฝั่งโน้นออกมาดู มิแย่ไปกว่าเดิมหรอกหรือไง

ร่างสูงวิ่งตามไปอย่างขำๆกับท่าที...ก่อนจะคว้ามือเล็กๆนั่นมาจับอย่างไม่เกรงใจ แม้จะถูกสะบัดออกในคราวแรก...แต่เมื่อไม่ปล่อยซะอย่าง อีกคนก็ได้แต่ปล่อยเลยตามเลยไปเท่านั้น

นี่ เดินห่างๆชั้นหน่อย แล้วก็เลิกจับได้แ้ล้ว มือน่ะ...คนมองเราจะแย่แล้วนะ

ยูยะเอ่ยขึ้น...เมื่อเข้ามาถึงใจแหล่งเที่ยวใจกลางเมือง...แต่ละทางที่เดินผ่าน ก็เรียกสายตาคนให้หันมามองได้เป็นอย่างดี...จนถึงกับทำให้คนตัวเล็กกระอักกระอ่วนในใจ คิดไปต่างๆนาๆว่าคนอื่นจะมองยังไง ที่เขามาเดินกับคุซาโนะในเวลานี้ และจะจับได้รึไม่ กับท่าทางประหลาดๆของเขาเอง

นี่คุณครับ...ตอนนี้ไม่มีใครคิดหรอก ว่าผมจะควงคุณหัวหน้ามาเที่ยวเตร่แบบนี้น่ะ.... ร่างสูงเอ่ยขึ้นบ้าง พร้อมทั้งเว้นช่องว่างไว้เสียนิด ก่อนจะต่อให้จบประโยค คงมีแต่คนคิดว่าผมควงสาวหน้าใส โรงเรียนสตรีชื่อดังมาเดทมากกว่าล่ะมั้ง

ใช่สิ...ลืมไปเสียสนิทเลย...สภาพของยูยะในตอนนี้..ไม่ต่างอะไรกับที่คุซาโนะเอ่ยปากออกมาสักนิด...ร่างเล็กอยู่ในเครื่องแบบนักเรียนของโรงเรียนพี่สาวเมื่อครู่...เสื้อเชิ๊ตสีขาวสะอาดตา แขนสั้นเหนือศอก ตัวหลวมกว่าตัวเล็กน้อย ชายเสื้อเหน็บอยู่กับขอบกระโปรงลายตารางเล็กๆสีดำปนขาว...เรียวขาที่โผล่พ้นออกมานั่นอีก...ราวกับเรียวขาของผู้หญิงก็ไม่ปาน..จะติดก็แต่รองเท้า..ผ้าใบสีเทาคู่พอดีเท้า ที่ดูไม่ค่อยเข้ากับชุดนักเรียนเสียสักเท่าไหร่เอาเสียเลย...สายตาของคุซาโนะที่มองอยู่ระหว่างช่วงขาถึงเท้่าที่นานพอควร ถึงกับทำให้คนถูกมองรู้สึกร้อนวาบบนใบหน้าอย่างเสียไม่ได้

เลิกมองได้แล้ว ยูยะเอ่ย...พลางใช้มืออีกข้่างดึงกระโปรงลง ราวกับมันจะยืดลงมาปกคลุมขาของตนได้ยังไงยังงั้น...เห็นพี่สาวใส่มันก็ไม่ถึงกับสั้นขนาดนี้...แต่พอเขาเป็นคนสวม มันกลับสั้นขึ้นมาได้ซะงั้น...ทั้งที่สูงกว่ากันไม่เท่าไหร่ แต่ไม่คิดว่าจะเห็นความต่างได้เวลาสวมกระโปรงตัวเดียวกันนี่เลยนะนี่

ฮ่ะๆๆๆ ร่างสูงหัวเราะขำๆกับท่าทางที่ว่าจะิเขินก็ไม่ใช่ ประหม่าก็ไม่เชิงของคนตรงหน้า พลางกระชับมือให้มั่น ก่อนจะพาเอาร่างเล็กเดินตามเข้าออกร้านนั้น ร้านโน้นเป็นว่าเล่นไปหมด

แรกๆก็ไม่รู้สึกสนุกอะไรนักหรอก แต่พอเดินไปเรื่อยๆ ไอ้ความอายมันก็เริ่มหายไปแล้ว แถมยังไม่มีใครรู้จักเขาเสียอีกต่างหาก..จะกลัวอะไรไปล่ะ...แล้วนี่ยังเป็นครั้งแรกด้วย ที่โดดเรียนมาเที่ยวแบบนี้...ยูยะแอบเหลือบสายตามองคนที่คุยไปยิ้มร่าไปได้ตลอดเวลาอย่างคุซาโนะอยู่บ่อยๆ มือหนึ่งก็ชี้ชวนให้เขาดูนั่นนี่อยู่ไม่ขาด แต่อีกมือก็ยังจัีบคาไว้ที่มือของเขาตลอดไม่ปล่อยเช่นกัน...

....จะว่าไป....ไอ้ไฝสี่เม็ดนั่นก็ทำให้หมอนี่ดูมีเสน่ห์ขึ้นจริงๆนะ...

ฮึ่ยยยยยยย นี่คิดอะไรออกไปเนี่ย เทโกชิ!!!!

เดินกันเข้าร้านนั้น ทะลุร้านนี้กันจนลืมเวลา...มาสังเกตุเอากันก็เมื่อพระอาทิตย์แทบจะลาลับจากขอบฟ้าไปเสียแล้วนั่นเอง...สองร่างเดินเคียงกันมาตามทางเดินของสวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมือง...ที่วันหยุดสุดสัปดาห์จะมีคนมากมายมาจับจองตามริมเส้นทางเพื่อใช้ประกอบกิจกรรมต่างๆให้เห็นกันอยู่เป็นประจำ...หากแต่วันนี้เป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่งเท่านั้น ทำให้สวนกว้างดูเงียบไปถนัดตา...จะมีก็แต่เพียงหนุ่มสาวมานั่งคุยกันบ้าง...หรือคนแก่ที่มาออกกำลังกายในเวลาเย็นบ้าง แม้แต่พาสุนัขมาเดินเล่นบ้างก็มีให้เห็นประปราย

ร่างเล็กกระตุกมือตนจากอีกคนค่อยๆ...เป็นเชิงเตือนสติให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงเวลาที่ล่วงเลยไปมากแล้ว

คุซาโนะหันมาตามแรงดึง...มองตามร่างเล็กที่หยุดเขาไว้ด้วยดวงตาคู่โตนั้น..บัดนี้ราวกับกระจกแก้ว ที่สะท้อนภาพตัวเขาออกมาอย่างเห็นได้ชัดเจน ใบหน้าขาวได้รูบแหงนเงยรับกับแสงสีส้มจางๆยามพลบค่ำ ที่ทำให้คนเห็นใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว...ลมบางๆพัดเอากลิ่นอายของใบไม้ ดอกไม้ในสวนให้โชยผ่าน ส่งกลิ่นกรุ่นกำจายคลุ้งไปทั่วบริเวณสวนกว้าง...ราวกับเป็นมนตร์..สะกดใจให้ใครต่อใครผ่อนคลาย จนเลยล้ำก้าวข้ามเส้นที่ตนเคยขีดเอาไว้ไปอย่างไม่รู้ตัว

มือใหญ่เือื้อมปัดปอยผมของคนตรงหน้าขึ้นทัดหู เพื่อป้องกันแรงลมที่พัดเอาเส้นผมอ่อนสลวยให้ปลิวไปอย่างไร้ทิศทางอย่างลืมตัว...ฝ่ายถูกกระทำเองก็ร้อนวูบบนใบหน้าขึ้นมาไม่น้อยกับการกระทำเช่นนั้นของอีกคน..บวกกับสายตาที่ไม่ละออกจากกันนั่นอีก...ราวกับขั้วแม่เหล็กที่ต่างกัน กำัลังพยายามส่งแรงดึงดูดเข้าหากันอย่างไม่ให้ตนเองได้รู้ตัว

กว่าจะรู้...ปลายนิ้วเรียวก็ไล้มาจับอยู่ที่ปลายคางมน...กับใบหน้าคมได้รูปของร่างสูงที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ ดวงตากลมโตหรุบลงอย่างไม่รู้ตัว รอรับสัมผัสจากอีกฝ่ายอย่างไม่มีคำค้านใดๆ...หรือนี่จะเป็นเสียงที่ดังอยู่ข้างในกันนะ ที่ขจัดเอาความแข็งขืนของสองฝ่ายทิ้งไปเสียแบบนี้

ริมฝีปากอุ่นๆประทับลงมาเพียงบางๆ...ก่อนมือที่จัีบบนปลายคางจะเลื่อนมาโอบกอดเอาไว้ทั้งตัว...มอบรสจูบอันแสนอบอุ่น และอ่อนโยนให้อีกฝ่ายอย่างไม่คาดคิด...เรียวปากเล็กกลับยินยอมให้อีกฝ่ายกอบโกยเอาผลประโยชน์ใส่ตัวอย่างไม่มีรังเกียจ...จวบจนผละออกจากกัน แต่จมูกโด่งสวยกลับยังคงไถลไปฝั่งยังกลุ่มแก้มเนียน ที่แดงระเรื่อขึ้นมาทันตาเห็น

มือเล็กดันตัวให้ห่างจากอีกคนด้วยแรงเพียงเล็กน้อย...ดวงตาสองคู่ประสานกันอีกครั้ง...ทว่าในครานี้กลับดูอ่อนเชื่อมลงอย่างเห็นได้ชัดทั้งสองฝ่าย...ร้อนถึงฝ่ายยูยะเองต้องเป็นคนหลบสายตาคมที่จ้องมาอยู่ไม่วางเสียเอง

ไหนล่ะ...ข้อแลกเปลี่ยนของนาย ร่างเล็กทวงสัญญา...ทว่าน้ำเสียงเปลี่ยนจากตอนแรกไปเสียมากทีเดียว ลมหายใจเหนื่อยหอบจากพิษไข้ที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลให้ผิวแก้มสูบฉีดเลือดเสียจนเป็นริ้วสีแดง...เห็นแล้วน่ากดจมูกลงไปอีกสักครั้งให้ชื่นใจ

เอ่อ....ไม่มี คุซาโนะชั่งใจ..ตอบเพียงเบาๆ...นึกหวั่นใจอยู่เหมือนกัน แต่ไม่ต้องให้ทันได้ตั้งตัวใดๆ อีกฝ่ายสะบัดหน้ากลับมามองพร้อมกับตีสีหน้าบึ้งตึง ดวงตากลมแจ๋วฉายแววโกรธออกมาอย่างไม่มีปิดบังในทันท่วงที...อารมณ์หวานเมื่อครู่ราวกับจะเหือดหายไปในทันตาเห็น

ห้ะ???????? นี่นายหลอกชั้น?

นายนี่มัน.....เอากระเป๋าชั้นมา!! ร่างเล็กว่าเสียงดุ แต่ไม่โวยวายอย่างที่คิด...เป็นอันทำให้คนตัวโตกว่าจ๋อยไปกว่าครึ่ง ค่อยถอดกระเป๋าสะพายคืนให้ช้าๆ ก่อนจะถูกคว้าไปจากมือเล็กโดยที่แทบไม่สนใจเขาเลยแม้สักน้อย...โกรธเข้าแล้วจริงๆหรือไงนี่?

ยืนรออยู่สักครู่...ร่างเล็กคุ้นตาก็กลับออกมาจากห้องน้ำสาธารณะไ่ม่ใกล้ไม่ไกลที่ผลุนผลันเข้าไปเมื่อครู่ด้วยชุดเดิมที่เห็นยามเช้า...สวมหมวกเหมือนเช่นเคย...แต่คราวนี้ปีกหมวกแทบจะลงมาคลุมจนเกือบจะมองไม่เห็นหน้าด้วยซ้ำ...ทว่าใบหน้าหวานยังคงมีเค้าบึ้งเล็กน้อย และดูจะหนักกว่าเก่า เมื่อกลับออกมาแล้วยังคงเห็นใครอีกคนที่ไม่อยากเห็นในตอนนี้...ได้แต่สะบัดหน้าเมินหนี พร้อมกับสาวเท้าให้ออกห่างจากที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด

ร่างเล็กถูกตามมาห่างๆตั้งแต่สวนสาธารณะ จนกระทั่งเืกือบถึงบ้านตนเลยทีเดียว...รู้ตัวอยู่ตลอดน่ะแหละว่าถูกตามอยู่ แต่ก็ไม่คิดว่าจะตามขึ้นรถไฟขบวนเดียวกัน แล้วเดินตามมาจนจะถึงบ้านอยู่แล้วแบบนี้...ยูยะรีบเดินเลี้ยวเข้าซอยหนึ่ง ก่อนจะหยุดยืนอยู่ข้างเสาไฟต้นใหญ่อยู่อย่างนั้น...จวบจนปรากฏอีกร่างหนึ่งตามมาอย่างเร่งรีบ ผ่านหน้าเขาไป ราวกับกำลังหาอะไรอยู่อย่างนั้น

นายจะตามชั้นมาทำไม? เสียงเรียบๆเอ่ยขึ้น...พาให้คนที่แอบตามมาอย่างคุซาโนะตกใจอยู่ไม่น้อย ที่จู่ๆคนที่ถูกตามกลับเป็นฝ่ายอยู่ข้างหลัง...ร่างเล็กกอดอก มองเขาหน้าตาเฉย...แถมยังดวงตารั้นๆนั่นอีก ที่จ้องมองมาทางเขาอย่างเอาเรื่องเสียเหลือเกิน

นายรู้??

คนตามแบบนี้ จะให้ไม่รู้รึไงกัน? ร่างเล็กเอ่ยเสียงดัง...ก็เล่นตามตั้งแต่เขาเดินหนีออกมา...ใครกันจะไม่รู้ได้เล่า บ้าจริงเจ้านี่...เล่นตามกันโต้งๆแบบนี้ ต่อให้โง่แ่ค่ไหนก็รู้ล่ะน่ะ!!!!

ยังโกรธกันอีกเหรอ ร่างสูงคว้าข้อมือไว้ ก่อนที่ยูยะจะเดินผ่านหน้าไป...รั้งให้คนตัวเล็กหันมามองอย่างประหลาดใจ...ก่อนจะสะบัดมือออกจากการเกาะกุม...เป็นคำตอบได้เป็นอย่างดี ว่าในขณะนี้ กำลังรู้สึกอย่างไรอยู่

เมื่อหลุดพ้นจากการเกาะกุม ร่างเล็กก็รีบจ้ำต่อไปให้เร็วที่สุด...แต่คุซาโนะเองก็ตามเข้าไปรั้งตัวโอบจากด้านหลังอีกครั้ง...ด้วยไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าไม่อยากให้คนตรงหน้าแสดงทีท่าเฉยเมยแบบนี้เท่านั้น...ซบใบหน้าลงบนไหล่เล็ก พึมพำอะไรบางอย่างออกมาเพียงเบาๆ...ก่อนจะผละออกจากไป ทิ้งไว้แต่เพียงไออุ่นที่ยังกรุ่นอยู่บนซอกคอของอีกคน...ที่ถึงกับนิ่งงันด้วยถ้อยคำนั้น

วันนี้...สนุกจริงๆ ที่มีนายเดินเป็นเพื่อน....ขอบคุณนะ

ยูยะสะบัดหัวไล่ความรู้สึกแปลกๆออกไป..ทว่า ถ้อยคำกลับวนเวียนอยู่ไม่จาง...หนำซ้ำยังใบหน้าของพ่อตัวดีที่ทำหน้าหงอยราวกับสำนึกผิดกลับสว่างวาบขึ้นมาเสียแบบนั้น...

ราวกับสายน้ำที่ไหลย้อนกลับ...ยิ่งคิดถึงมากเท่าไหร่ ภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในวันนี้กลับฉายขึ้นอย่างแจ่มชัดมากขึ้นเท่านั้น...ความอ่อนโยนที่มอบมาให้นั่นก็อีก...ทำเอาัหัวใจแทบกระเด็นกระดอนได้เสียทีเดียว...นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ยิ่งคิด...ยิ่งรู้สึกร้อนผ่าวไปเสียหมด...นี่ไข้เกิดกลับขึ้นมารึอย่างไรกัน...ผิวเนื้อขาวๆร้อนวูบบนบริเวณที่ถูกจู่โจมสัมผัส....ทั้งมือแกร่งที่กอบกุมไว้ไม่ให้ห่าง...ริมฝีปากคู่สวยที่ถูกริดรอนเสียจนแดงซ่าน...แก้มใสที่คลอเคลียอย่างทนุถนอม...และยังกรุ่นไอบนซอกคอเมื่อครู่เสียอีก...นี่เขาจะหวั่นไหว คิดอะไรกับการกระทำเช่นนี้ได้หรือเช่นไร

ในเมื่อ จุดประสงค์ของนายคุซาโนะนั่น ก็ต้องการเพียงแก้แค้นเขาเท่านั้นเอง

**************************************

つつぐ

2006/Jun/21

☆。・初恋・。☆
Part V





เวลาเที่ยง...

โรงอาหารที่คราคร่ำไปด้วยฝูงชน...บ้างก็ต่อแถวซื้ออาหาร บ้างก็นั่งรวมกลุ่มกันกินข้าวกล่องที่เอามาจากบ้าน ไม่ก็นั่งคุยกันไปกินข้าวไปตามประสานักเรียน เวลานี้ ต่างคนก็ต่างมารวมตัวกันที่นี่ ด้วยเวลาพักที่มีค่อนข้างจำกัด

คุซาโนะเดินแจกยิ้มเรี่ยราดมาเรื่อยจนถึงโรงอาหาร...ในแต่ละที่ที่เขาผ่าน ก็ดูจะมีคนส่งยิ้มให้ซะเหลือเกิน...แล้วเจ้าตัวเองก็ใช่ย่อย ยิ้มตอบบ้าง โบกไม้โบกมือตอบบ้าง จนอีกฝ่ายบางทีึถึงกับหัวเราะร่าเลยทีเดียว....เอ้ะ...เสน่ห์เราก็เหลือเฟือเหมือนกันนี่นา...

เยี่ยมหน้าเข้าไปในโรงอาหาร ก็เรียกเสียงฮือฮาพร้อมแววขำจากแทบจะทุกคนได้ในทันท่วงที...แต่ด้วยความหิว ไม่ใส่ใจอะไรนัก เมื่อเห็นอาหารตรงหน้า ก็ตรงดิ่งเข้าไปซื้อ แล้วก็ออกไปกินคนเดียวข้างนอกดีกว่าที่จะมานั่งเบียดกะคนเยอะๆแบบนี้..จริงอยู่หรอก ไม่ได้ไม่ชอบคนเยอะๆ แต่มองกันแบบนี้ คนเราก็เขินเป็นเหมือนกันนะเฟ้ย...อะไร แปลกมากหรือไงที่ใส่แค่เสื้อเชิ๊ตขาวกับเนคไทค์ที่ผูกหลวมๆโดยที่ไม่มีสูททับเนี่ย...ปกติเค้าก็ใส่กันนี่นา

ไฮ.... เสียงทักทายร่าเริงของคนที่หายไปตลอดคาบเช้าโผล่เข้ามาในห้อง พร้อมกับหน้าตายิ้มสดใส เรียกทุกคนให้หันมามองกันเป็นจุดเดียว...ก่อนที่ทั้งห้องจะเงียบกริบ...แล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

ร่างสูงไม่ได้ยี่หระอะไรมากนัก...ก็วันนี้โดนหัวเราะใส่ ยิ้มใส่เสียจนชินไปซะแล้ว...เดินอาดๆเข้ามายังที่นั่งตัวเอง ก่อนจะหยุดมองร่างเล็กที่ตอนนี้ สวมเสื้อสูทตัวโคร่งของเขา ก้มหน้าก้มตาเขียนเลคเชอร์อย่างไม่สนใจใคร...จนรู้สึกว่ามีคนหยุดมองอยู่ จึงชำเลืองมองเสียทีหนึ่ง...ก่อนจะเห็นคนที่ยืนค้ำโต๊ะอยู่ยักคิ้วยิ้มแผล่บให้เสียหนึ่งที แล้วเลยไปนั่งที่นั่งด้านหลัง...แค่นั้น ก็แทบจะทำให้กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่...หมอนี่มันบ้าดีจริงๆแฮะ

เอ้า...เช็คชื่อคาบบ่ายนะจ๊ะ...เอ้..วันนี้คุซาโนะคุงไม่มารึยังไงกันนี่? เสียงอาจารย์สาวดังขึ้นหน้าชั้นเรียน เรียกให้ทุกคนหันไปมองยังคนที่ถูกถามถึงเป็นจุดเดียว

อ้าว...มาแล้วเหรอ...เอ้อ...อุ๊บ..คึ่ๆๆๆๆ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับร่างสูงที่นั่งบนที่นั่งตัวเอง พร้อมกับยกมือขึ้นว่าผมอยู่นี่แล้วครับของคุซาโนะ...ก็เรียกเสียงหัวเราะจากอาจารย์สาวได้ในแทบจะทันที

....เอ้ะ...แม้กระทั่งอาจารย์ยังหัวเราะ เกิดอะไรกันแน่เนี่ย???....

แผ่นหลังเบื้องหน้าของตนก็เช่นกัน...แม้จะไม่มีเสียงหัวเราะเล็ดออกมาเหมือนกับอาจารย์ หรือเพื่อนบางคนที่แม้จะแอบขำ แต่ก็พอมีเสียงลอดออกมาบ้างก็เหอะ...เห็นได้ชัดว่าร่างเล็กนั่นก็สั่นๆราวกับกำลังสะกดกลั้นความรู้สึกเดียวกันกับคนอื่นๆอยู่

มีอะไรงั้นเหรอพวกนาย!!! หันไปถามคนข้างหลังเสียงเข้ม...คนถูกถามฟังจากน้ำเสียง จะกลัวก็กลัวอยู่หรอก...แต่มันขำจนจะกลั้นไว้ไม่อยู่เสียมาก..ปิดปากไม่พูดอะไร แต่ชี้ไปทางหน้าต่างให้เจ้าตัวสำรวจตรวจตราเอาเองท่าจะดี

ง่ะ....เฮ้ยยยยยยยยย !!!!

คุซาโนะแทบผงะ...เมื่อภาพลางๆที่สะท้อนบนกระจกใสนั่นทำให้เขาแทบสิ้นสติ...ไอ้คนในกระจกนั่น!!! เขาจริงๆเรอะ....ขอบตาดำสนิทกลมกว้างทั้งสองข้าง ยังไม่พอ...ยังมีหมึกสีเดียวกันวาดลงบนปลายจมูกของเขาเสียอีกต่างหาก

ฮึ้ยยยยยยยยย...แพนด้าชัดๆ!!!!!

ร่างสูงหันขวับไปยังร่างเล็กที่สั่นจนตัวโยนอย่างเห็นได้ชัด...หน็อยยย แสบนักนะ ทำเขาขายขี้หน้าไปทั่วโรงเรียนแล้ว...ยังมีหน้ามานั่งทำทองไม่รู้ร้อน แล้วหัวเราะเยอะอีก...ไอ้แสบ!!!

ไม่ต้องให้ได้คิดอะไรแล้ว..คุซาโนะรี่เข้าไปคว้าท่อนแขนเล็กหมับอย่างเอาเรื่อง...ท่ามกลางความตกใจของเพื่อนๆ ที่ไม่ได้คาดเดาว่าจะเกิดการณ์ใดต่อไปทั้งสิ้น

นายแกล้งชั้น!!! ร่างสูงเข่นเขี้ยวเบาๆ...ลงน้ำหนักบนมืออีกนิด ก็ทำให้อีกฝ่ายทำหน้าเหยเกไปได้ไม่น้อย

เจ็บนะ..ชั้นไม่ได้ทำสักหน่อย..นายอย่ามาโมเมเอาเองสิ คนตัวเล็กช้อนสายตาขึ้นมาปฏิเสธ พร้อมทั้งแกะมือของอีกคนออกอย่างทุลักทุเล

โกหก!!! ก็ไอ้เสื้อที่นายใส่อยู่นี่ก็ของชั้น...คนอุตส่าห์ให้ยื้ม ยังจะมาแกล้งกันอีก คุซาโนะว่า พลางถลึงตาใส่ฝ่ายตรงข้าม

ก็ใช่...ก็นายให้ชั้นยืม แล้วชั้นก็มาเรียนเนี่ย...ถามเพื่อนๆก็ได้ ว่าชั้นเข้ามาตั้งแต่เช้าแล้ว ส่วนนายเองก็หายไปทั้งช่วงเช้า...ใครจะไปแกล้งนายได้ล่ะ นี่ก็ไม่ยอมแพ้..แถมยังยกเพื่อน อ้างเวลาเกิดเหตุกันอีก ร่างสูงได้แต่จนปัญญา...ทำไมมันตอหลด ตอแหลได้เก่งขนาดนี้วะเนี่ย...แถมยังทำหน้าซื่อ หลอกคนอื่นให้เชื่อได้สนิทใจซะอีก

นี่เขาจะแพ้ตั้งแต่ยกแรกเลยรึไงเนี่ย???

ไม่ได้นะ....ถ้างั้นความตั้งใจทั้งหมด ก็เท่ากับศูนย์น่ะสิ!!!!

เฮ้อ..............

คุซาโนะถอนหายใจออกมาแรงๆเสียที...พาให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ (ด้วยความสอดรู้ของเพื่อนๆ) รอฟังเต็มที่ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นยังไงกันแน่...เพราะดูๆแล้วก็ต้องมีใครสักคนที่แกล้งวาดหน้าแพนด้าให้กับพ่อหนุ่มคนนี้....แต่จะให้เชื่อว่าเป็นเทโกชิน่ะเหรอ...ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ คนน่ารักแบบนั้น ทำอะไรแบบนั้นได้ยังไงกัน (_ _)

ร่างสูงจ้องตาคู่สวยอย่างเอาเป็นเอาตาย...ก่อนจะเปลี่ยนสายตาโกรธขึ้งเมื่อครู่เป็นอ่อนเชื่อมเสียอย่างนั้น...จนคนถูกมองอย่างยูยะรู้สึกร้อนๆหนาวๆยังไงพิกล

นาย...งอนอะไรชั้นอีกล่ะ? คุซาโนะเอ่ยขึ้น...ร่างเล็กที่พยายามแกะมืออีกฝ่ายออกถึงกับนิ่งค้าง

หา???? และนี่เป็นเสียงที่ดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงของแทบจะทุกตนในห้อง (กลายเป็นวิญญาณไปแ่ล่ว)

ก็แค่เมื่อเช้าลืมหยิบเสื้อนอกออกมาให้ด้วยแค่นั้นเอง...ชั้นก็เอาของชั้นให้นายก็ใส่แล้วนี่นา ยังจะโกรธอะไรกันอีก พูดต่อ...เสียงอ่อนลงราวกับสำนึกผิด...ตอนนี้น่ะเหรอ ร่างเล็กได้แต่เบิกตาค้างเติ่งไปแล้ว ไม่ทันได้ั้ตั้งตัวเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายจะเล่นอะไรแบบนี้

ถ้าเรื่องยัยนั่นล่ะก็...ชั้นบอกแล้วไง ว่าไม่ไ้ด้มีอะไรกัน...นายก็เลิกงอนไม่เข้าท่าได้แล้ว...จะต้องให้บอกสักกี่ครั้ง...ว่าชั้นน่ะ..มี นาย คน เดียว พูดช้าๆ ย้ำคำชัดๆให้คนอื่น(ที่อยากรู้) ได้ฟังกันชัดๆ...แต่คนที่อยู่ตรงหน้าน่ะน่ะ อึ้งรับประทานไปตามระเบียบแล้ว

ห๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา อีกครั้ง...ของพวกสอดรู้...นี่คงต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ประจำวันแน่ๆ....หัวหน้าห้อง กับ นักเรียนใหม่....โอ้ว ไม่จริงงงงงงงงงง

นะ...นายพูดอะไร? ร่างเล็กเอ่ยขึ้นบ้าง...หลังจากยังไม่สามารถตั้งสติตัวเองได้ดีนัก

สงสัย...เราต้องพูดกันให้รู้เรื่องแล้วล่ะ ยูยะ

คุซาโนะเอ่ยเสียงเข้มอีกครั้ง...ก่อนจะลากร่างเล็กในมือให้ตามมาทั้งแรงฝืนน้อยๆนั่นแหละ...ใบหน้าที่ถูกวาดหมีแพนด้าฉายแววเข้มจนคนอื่นๆจำต้องหลีกทางให้...แต่พอลับสายตาเพียงเท่านั้นแหละ เสียงเซ็งแซ่ก็ดังขึ้นในทันใด...ร้อนถึงอาจารย์คนสวย ที่เข้ามาอยู่ในเหตุการณ์อย่างช่วยไม่ได้ ต้องมาเป็นคนปรามเสียซะอย่างนั้น

....เด็กสมัยนี้นี่นะ...จะพูดจะทำอะไรกัน...ไม่รู้จักอายซะบ้าง...

***************************************

อีกฝั่งของโรงเรียน...ในห้องเรียนที่ไม่มีใคร ด้วยคงเป็นคาบกิจกรรม หรือพลศึกษาที่ทำให้ห้องเรียนกลายเป็นห้องโล่งๆไร้ผู้คนแบบนี้

ร่างเล็กถลาตามแรงฉุดกระชากของคุซาโนะมาอย่างไม่ค่อยพอใจนัก...ก่อนที่คนตัวโตกว่าจะคลายมือจากการเกาะกุมท่อนแขนเล็กนั้นลง...ส่งผลให้อีกฝ่ายสะบัดออกอย่างรวดเร็ว

นายพูดบ้าอะไร...นายทำให้คนเค้าเข้าใจผิดกันไปหมดแล้วรู้มั๊ย?

เข้าใจผิด? อะไรไม่ทราบ...ดีแล้วไม่ใช่เรอะ เป็นแฟนกับชั้นเชียวนะ คุซาโนะว่าพลางยักคิ้วเสียแผล่บ...สองมือล้วงกระเป๋าท่าทางกวน แถมยังยื่นหน้ามาเสียจนชิดอีกแน่ะ

ชิ ...ใครเค้าอยากกันเล่า...อย่างนาย ยกให้ฟรีๆยังไม่เอาเลย คนตัวเล็กกว่าผงะออก พร้อมกับผลักอีกคนให้ระยะห่างเพิ่มมากขึ้นด้วยความฉุน

พูดงี้ได้ไง??...อย่างกะใครเค้าอยากได้นักนี่ ตัวเล็กปากเก่งแบบนี้น่ะ...แถมข้าวสารให้สักกระสอบสองกระสอบ ยังจะขอเอาแต่ข้าวเลย คนถูกผลักออกเอี้ยวตัวหลบแรงส่งนั้น ก่อนจะเอ่ยทีเล่นทีจริงเสียอีกหน่อย...เรียกน้ำโหของอีกฝ่ายได้ราวกับที่ตั้งใจไว้ไม่มีผิด

ฮึ้ยยยย จะมากไปแล้วนะนาย!!!! คนตัวเล็กง้างหมัดเต็มที่ กะฟาดไปยังปากกวนๆของคนตรงหน้าเสียให้หายแค้น...มาว่าเขาแบบนี้ได้ไง...ทำให้เรื่องป่วนแล้วยังมาพูดจาไม่เข้าหูแบบนี้อีก...ขออัดสักทีสองทีเหอะ

คุซาโนะเบี่ยงตัวหลบ เป็นผลให้ร่างเล็กถลาไปข้างหน้าเสียแทน...ตามติดๆด้วยแขนของเขาเอง ที่คว้าเอาตัวเจ้าตัวเล็กไว้...พอคว้าได้เท่านั้นแหละ..เจ้าตัวดีก็ออกแรงดิ้นจนตัวโยน ทั้งทุบ ทั้งทึ้งเต็มไปหมด...เห็นตัวเล็กๆแบบนี้ เอาเรี่ยวแรงมาจากไหนก็ไม่รู้นักหนา...จนคุซาโนะเองต้องตะโกนขึ้นขัดบ้าง

หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!! ถ้าไม่หยุด ชั้นจะจับนายปล้ำตรงนี้แหละ!!!!! เป็นผล....ร่างเล็กชะงักกึกในทันใด ตวัดสายตากลมโตหันมามองอย่างเอาเรื่อง...หมายจะบอกให้อีกคนปล่อยเขาซะเดี๋ยวนี้

อ้าว ไม่ดิ้นแล้วเหรอ? เชื่อฟังแบบนี่น่ารักจังเลยนะ ลูกแมวน้อย เขายิ้มร่า...ที่สามารถทำให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนหายซ่าไปได้มาก...แถมยังทำหน้าบูด คิ้วยู่จนแทบจะชนกันให้เ็ห็นอยู่รอมร่อ...

ไวกว่าคำพูด...แก้มนวลที่พองลมด้วยอาการโมโหกลับถูกหอมไปเสียฟอดหนึ่ง ด้วยฝีมือเจ้าหมีแพนด้าตัวร้าย...ก่อนที่ยูยะจะถลึงตาใส่เสียที...จะโวยวายน่ะเหรอ..ก็ไม่กล้าหรอก เกิดหมอนี่เอาจริงขึ้นมา จะเอาอะไรไปสู้แรงถึกอย่างนั้นได้ล่ะ

ปล่อยได้ยัง ถามเสียงห้วน

ยัง ร่างสูงตอบกวนกลับ...เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างไม่ไกลมือนัก...ปล่อยมือจากเอวคอดเสียข้าง คว้าของที่หมายตามาอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่จะ....

อ้ากกกกกกกกกก นายจะทำอะไรน่ะ!!!! เป็นเสียงเจ้าตัวเล็กอีกครั้ง...ที่คุซาโนะพยายามจับเขาหันมาเผชิญหน้า พร้อมทั้งดันให้ติดกำแพง...ก่อนจะสอดขาเข้าล็อคไว้ไม่ให้ขยับไปไหนได้อีก

หึหึหึ... มีเพียงเสียงหัวเราะน้อยๆจนคนฟังชักหวาดๆ ก่อนที่จะเบิกตาโพลงกับการกระทำของเจ้าแพนด้าบ้ากามนี่

ม่ายน้าาาาาาาาาาาา

............................

...................

..........

ยูยะเดินก้มหน้างุด...ตามหลังคนตัวโตกว่าอย่างเสียไม่ได้...ก็เขาน่ะ ถูกเจ้าหมอนี่จับมัดมือไว้ติดกับอีกมือของคุซาโนะน่ะสิ...หลังจากที่คนร้ายตัวเล็กทั้งสะบัด สลัด ดึงดันที่จะหนีไปซะอย่างนั้น...คุซาโนะเองเลยชักมีน้ำโห...คว้าเอาเนคไทค์บนคอตนออกมาผูกข้อมือเขาติดไว้กับอีกคนมันซะเลย...แบบนี้ก็จะไปไหนรอด...จะลากให้ไปทางไหนก็ต้องไป ถึงอีกคนจะฝืนๆก็ตามทีเถอะ

นายไม่อายบ้างรึไง ร่างเล็กตวาดแว้ดขึ้น...เมื่อเจ้าหมียักษ์นี่ทำท่าจะพาเขากลับไปที่ห้องเรียนอีกครั้ง

ไม่อาย...มีเพื่อนแล้วนี่ ว่าพลางก้มมองหน้าอีกคน...ที่ตอนนี้สภาพไม่ได้ต่างกันเท่าไหร่นัก...บนแก้มใสๆมีรอยขีดเป็นเส้นๆอยู่ทั้งสองข้าง...ก่อนที่เขาจะเผลอหัวเราะออกมาเสียซะอย่างงั้น

นายไม่อาย แต่ชั้นอาย เจ้าของตากลมตอบพลางจ้องหน้าอีกฝ่าย...หยุดยืนนิ่งอยู่แบบนั้น เป็นเชิงบอกว่าชั้นจะไม่เดินตามนายอีกแล้ว ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้...ร่างสูงเองก็พอจะเข้าใจในความหมายนั้น...แต่ตาขวางแบบนั้นน่ะนะ จะใช้ขอร้องคน...ผิดไปแล้วล่ะแมวน้อย

คุซาโนะหยุดชั่วครู่..ก่อนจะหันกลับไปอีกทางหนึ่ง พาเอาอีกร่างให้ตามไปด้วยอย่างเสียไม่ได้...อย่าให้หลุดไปได้นะนาย...เจอดีแน่ เจ้าหมีบ้า!!!!

จะไปไหน!!! ถามขึ้น...เมื่อคนที่พาเดินออกมาดูท่าจะไม่ได้กลับเข้าไปในตึกเรียน

ไปเที่ยว

ห้ะ!!! บ้าเรอะไง ชั้นไม่ไปกับนายหรอกนะ...ปล่อยนะ ปล่อยชั้นเดี๋ยวนี้เลย ร่างเล็กหยุดกึก..ไม่ยอมก้าวเท้าตามอีกคนซะอย่างนั้น..แถมยังตะโกนโวยวายให้ปล่อยเขาไปเสียอีก

นี่...จะเดินด้วยกันดีดี หรือต้องให้อุ้มไป ห้ะ? คำขู่ที่ดูจะใช้ได้ในตอนนี้..อย่างน้อย ก็ทำให้เจ้าแมวซ่าด้านหลังยอมเดินตามมาด้วยดีล่ะนะ...ถึงหน้าตาจะไม่เต็มใจเอาซะเลยก็ตามทีเหอะ

เกิดมาจะยี่สิบปีอีกไม่กี่ปีนี่ยังไม่เคยอายอะไรเท่าครั้งนี้มาก่อน...หมอนี่เองก็เหอะ ไม่รู้ไปเอาความหน้าด้านหน้าทนมาจากไหน...เดินลากเขาไปตามทางอย่างไม่สะทกสะท้าน...ทั้งที่หน้าตัวเองก็เปื้อนเป็นแพนด้าออกแบบนั้น...เดินผ่านใคร ก็มีแต่เสียงซุบซิบนินทา หัวเราะคิกคักตามหลังมาตลอดทาง...ตายๆ จบกันที...แบบนี้จะเหลืออะไรเนี่ย เทโกชิ!!!!!!!!

พาตัวเองเข้ามาในห้องพร้อมกับโยนรูปสติ๊กเกอร์ที่โดนบังคับถ่ายไปเมื่อครู่ลงถังขยะข้างๆโต๊ะ ก่อนจะตรงเข้าห้องน้ำล้างหน้าตาให้รอยเปื้อนหายไป...นี่เขายังโชคดีนะ ที่เป็นปากกาเขียนกระดานธรรมดาๆ ล้างออกง่ายหน่อย แถมยังถูกอิตานั่นขีดเป็นหน้าแมวเท่านั้นเอง...อดนึกไปถึงอีกคนไม่ได้ ตาดำๆ จมูกดำแบบนั้นน่ะ...แถมปากกาที่เขาใช้ก็ดันเป็นปากกาเมจิกเขียนป้ายประกาศของอาจารย์เสียอีก...คงล้างยากกว่ากันเยอะทีเดียว...แต่เอ๊ะ...จะไปห่วงคนพรรค์นั้นทำไมล่ะ ไม่รู้จะโกรธแค้นอะไรนักหนา กะอิแค่เรื่องโดนแกล้งสมัยเด็ก...ถึงกับต้องกลับมาตามแก้แค้นเอาแบบนี้...คนประสาทชัดๆเลย....ดี สมน้ำหน้า ให้รู้สึกตัวซะ้บ้าง ขอให้ล้างไม่ออกไปตลอดชาติเลย

****************************************

つづく

2006/Jun/21

☆。・初恋・。☆
Part IV






เช้าวันใหม่ ที่อากาศสดใส หลังจากที่ท้องฟ้ากลายเป็นสีขมุกขมัวราวกับเข้าสู่หน้าฝนไปเสียหลายวัน...บนเส้นทางแคบๆที่มุ่งหน้าสู่สถานที่ที่คุ้นเคย ปรากฏร่างของหนุ่มน้อยในเครื่องแต่งกายนักเรียนอย่างลวกๆ ไม่เรียบร้อยนัก...มุ่งหน้าวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย...เพื่อที่จะให้ทันเวลาโรงเรียนเข้าน่ะสิ

......โธ่...พักนี้ ตื่นสายประจำเลย.....

......เพราะไอ้หมอนั่นแท้ๆเลย.....

ขมุบขมิบปากด่าอยู่คนเดียว...จัดเสื้อแสงให้เข้าที่ไปพลาง ขาก็จ้ำเอาๆไปพลาง สะบัดหัวไล่ความคิดที่สร้างอารมณ์ขุ่นเคืองให้ตัวเอง หวังสลัดมันออกไปให้หมด......ฮึ้ย มันจะซวยอะไรแบบนี้เนี่ย

วันก่อนหมอนั่นก็ดันเล่าความจริงไปซะทั้งหมด...จนตอนนี้แทบจะเป็นเรื่องขำขันของโรงเรียนไปแล้วล่ะมั้ง...แต่ยังดีที่เจ้าหมีบ้านั่นไม่ได้บอกออกไปว่าเป็นเขาเองก็เหอะ...แต่ตาที่มองมาแต่ละที ชวนขนหัวลุกยังไงพิกล...แต่ที่จริงใครจะสนใจใฝ่รู้ก็ช่างปะไร...แต่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละ ที่จะให้รู้พฤติกรรมที่เป็นอดีตของเขาไม่ได้เป็นอันขาด...ภาพพจน์นักเรียนดีเด่นที่ทุ่มทุนสร้างมานานนับปี...จบเห่ักันพอดี!!!!

แถมเมื่อคืน...เขาเองยังดันทุรังฝันอะไรบ้าๆบอๆขึ้นมาอีก...

ในฝันนั้น มีตัวเขาเอง...มัตสึดะ...และก็เพื่อนร่วมแก๊งค์อีกคนสองคน กำลังล้อมกรอบเจ้าหมีดำตัวน้อยที่กำลังยืนตัวสั่น จะร้องไห้แหล่ไม่ร้องไห้แหล่อยู่แล้วอย่างสนุกสนาน ...คนหนึ่งถือเจ้าพวกสัตว์เลื้อยคลานปลอมๆเข้าไปแกว่งจนแทบชิดหน้าอูมๆนั่น...จนผลสุดท้าย ร่างอ้วนท้วนนั่นก็ร้องไห้ออกมา และส่วนพวกเขาเองก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน...

แต่จู่ๆ...ก็มีร่างสูงของใครคนหนึ่งปรากฏขึ้น...เป็นผลให้เจ้าตัวน้อยถลาวิ่งเข้าไปเกาะแข้งขา เอาหน้าเปื้อนน้ำตา น้ำมูกของตนไปเกลือกกลิ้งกับขากางเกงตัวยาวของเจ้าของ...คนๆนั้น..จำได้รางๆว่าไม่ใครก็ใคร เคยบอกว่าเป็นพี่สาวของเจ้าเด็กอ้วนนั่น...สาวน้อยตากลม ผมซอยสั้นไร่ละต้นคอนั่น...ดูท่าทางก็น่าเอาเรื่องพอควรทีเดียว สายตาที่มองมานั่นมันฉายทั้งแววขุ่นเคือง และโมโหยังไงพิกลน่ะสิ

โด่...แน่จริงอย่าหนีไปหลบหลังพี่ดิ๊...แค่นี้ก็ร้องไห้ ไรกันเนี่ย? เสียงเล็กๆดังขึ้น ไม่ยอมลงให้หรอก พี่ก็พี่สิ...เรื่องของเด็กทะเลาะกัน ผู้ใหญ่เกี่ยวไรด้วย?? (แกแน่ใจ ว่าเค้าจะทะเลาะกะแก?? _ _)

ไอ้ขี้แย!!! สองเสียงส่งสำทับ...ยังผลให้เจ้าตัวจ้อยยิ่งร้องไห้จ้าขึ้นไปอีกเท่าตัว

ไอ้หมีดำขี้แย

ออกมาเดี๋ยวนี้นะ!!!!

ไอ้ขี้แย!!!!

คราวนี้เป็นเจ้าตัวเล็กสุดซ่าส์ ป้องปากตะโกนใส่หน้าซะเสียงดัง....แต่คราวนี้แหละ ที่ทุกอย่างเงียบกริบลงในทันใดที่เอ่ยจบ...รอบข้างที่สว่างไสว กลับมืดสลัวลงกลายเป็นเหมือนสถานที่ที่คุ้นตาเสียมากซะอย่างงั้น...ยูยะเองได้แต่หันไปรอบๆ แต่กลับไม่พบกับใครแม้แต่คนเดียว ทั้งเพื่อนร่วมแก้งค์ ทั้งคนถูกแกล้ง และแม้กระทั่งพี่สาวตัวโตของเจ้าหมีน้อยนั่นก็ตามที

ร่างเล็กสะดุดลมหายใจชั่วครู่...ขาเพรียวเล็กถอยกลับอย่างหวั่นๆ...จนไปชนกับอะไรแข็งๆที่ขวางอยู่เบื้องหลังนั่นแหละ ถึงกับต้องตกใจถึงกับหันไปมองโดยสัญชาิติญาณ

...เฮ้ย..ห้องอุปกรณ์...โผล่มานี่ได้ไงฟะ?...

กว่าจะทันคิดอะไรได้...ก็มีสองแขนโผล่มาจากด้านหลังกระชากตัวบางๆของเขาซะเต็มแรง จนร่างเล็กๆถลาไปชนเข้ากับแผ่นอกของผู้อุกอาจ...เหลียวหลังกลับไปกะว่าจะโวยซะให้หายแค้น เล่นเข้ามาไม่ให้สุ้มเสียงแบบนี้...เกิดหัวใจวายตายไปใครจะรับผิดชอบวะ!!!

เฮ้ยยยยยยยยยยย....นาย หันไปก็แทบจะสิ้นสติ..เมื่อปรากฏเป็นภาพใครคนหนึ่งที่ตัวเองร้องปาวๆให้ออกมาหาเมื่อครู่ ส่งยิ้มทำท่าทะเล้นให้อย่างไม่มีปิด...แต่นี่...มันตัวโตกว่าซะจนต้องแหงนหน้ามอง แถมยังไม่พอ...ก็แขนหมอนี่ไม่ใช่เรอะ...ที่เกาะรัดอยู่ที่เอวเขานี่น่ะ

เรียกผมทำไมเหรอยูยะจัง

กว่าจะเจอนาย...หาตั้งนานแน่ะ

นึกว่าจะจำกันไม่ได้ซะแล้ว

ถึงเวลาเอาคืนล่ะนะ

พูดจบไม่ต้องให้รอช้า ตวัดปลายคางเล็กให้เชิดขึ้นรับกับริมฝีปากบางของตนที่รอไว้อยู่แล้ว...จูบ...ประกาศสงครามอย่างเป็นทางการ...จำได้ว่า..ในฝันนั้น เขาดิ้นจนไม่รู้จะดิ้นยังไงแล้ว แต่หมอนั่นก็บังคับจูบเขาไปไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ แถมมืออีกข้างที่รัดช่วงตัวเขาอีกเหมือนกัน..มันดูแน่นราวกับเป็นพันธนาการอะไรสักอย่างที่แข็งแกร่งเสียจนเขาหนีไม่พ้น...จนท้ายที่สุด...เมื่อผละออกจากริมฝีปากร้อน สบตากับเจ้าของดวงตาคมกริบที่มองมาไม่กระพริบนั่นแล้ว ชวนใจเต้นยังไงพิกล...แต่เหมือนว่าหมอนั่นกำลังโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้ง พร้อมกับขยับริมฝีปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่างเลย

...อะไรนะ??

ไม่ได้ยินเลย

เห??

อะไรนะ???

ตื่นได้แล้วเว้ยยยยยยยยย...จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน

สุดท้าย...กลายเป็นเสียงพี่สาวจอมโหด ที่เข้ามาเรียกผู้เป็นน้องชายถึงในห้องตามคำสั่งของแม่

หมอนี่...ที่จริงก็ปลุกตั้งนานแล้วล่ะนะ ตั้งแต่เข้ามาปิดแอร์ คิดว่านอนกอดหมีคลุมโปงอยู่ เดี๋ยวมันก็ร้อนตื่นขึ้นมาเอง...แต่นี่...อึดอย่าบอกใคร ไม่ยอมตื่นซะที จนต้องมาแหกปากอยู่ข้างหูนี่แหละนะ

อ่ะ..อ้ากกกกกกกกกกกกก ม่ายน้าาาา ร่างเล็กละล่ำละลักตะโกนขึ้นมา พร้อมกับผุดลุกขึ้นนั่งเหงื่อท่วมตัว...สองแขนที่กอดตุ๊กตาหมีที่ได้เป็นของขวัญจากผู้เป็นพี่ก็ยังคงโอบไว้เช่นนั้น..ก่อนจะเข้าใจทุกอย่างที่เกิดขึ้น....ว่ามันเป็นแค่ฝัน...ทั้งหมดนั่นเป็นแค่ฝัน...แต่ก็มีเค้าความจริงอยู่ไม่น้อยเชียว แุถมเขาเองยังผูกเรื่องผูกราวให้มันไปกันใหญ่ซะอีก

เอ้า แหกปากอะไรแต่เช้าเนี่ย...ไปๆ อาบน้ำไปโรงเรียนได้แล้ว...นี่ถ้าชั้นสายไปด้วย...นายเจอดีแน่ พี่สาวหมายมาดไว้ ก่อนจะหันหลังก้มลงเก็บหนังสือที่เจ้าของห้องอ่านกองทิ้งไว้ยัดเข้าบนชั้นข้างตู้เสื้อผ้า

ฮึ้ย...กำลังจะรู้แล้วเชียวว่าหมอนั่นจะทำอะไร จะบอกอะไร พี่นะพี่ มาขัดซะได้ ร่างเล็กสบถอย่างขัดใจ (นี่แกไม่รู้เรอะ ว่ามันจะทำอะไร?? _ _)

อะไร?? พูดไรของนาย....อ่ะ....แน้...เดี๋ยวนี้ริฝันถึงผู้ชายเรอะไงเรา...ร้ายไม่เบานะเนี่ย..แล้วเป็นไง ในฝัน...เป็นไง เป็นไง หล่อมะ? ดูท่า หนังสือที่กองเลอะเทอะจะดึงความสนใจไม่ได้เสียแล้ว...ก็ไอ้น้องชายหน้าหวานที่นั่งจ่อมอยู่บนเตียงนั่นต่างหากที่น่าสน...ที่พูดมาคงผิดซะที่ไหน หัวหู หน้าตาแดงเถือกซะแบบนี้น่ะ...ฟันธงได้เลย ว่าต้องเกิดอะไรในฝันแน่

เหยยย...บ้ารึไงพี่...แค่ฝันถึงคู่อาฆาตเท่่านั้นแหละ....

แล้วนี่...เป็นผู้หญิงประสาอะไรเนี่ย มานั่งคร่อมผู้ชายถึงในห้องเนี่ย ยูยะเอ่ย...ก็พี่สาวตัวดีน่ะ ดูสนใจเป็นพิเศษ จนถลาเข้าหาน้องถึงเตียงน่ะสิ...แต่สิ้นเสียง มือหนักๆก็เขกลงบนหัวยุ่งๆเสียซะหนึ่งโป๊ก

เออ...น่ากลัวมากกกกก ผู้ชายอย่างนาย...ตัวก็โต หน้าตาเถื่อนซะจนต้องรีบถอยหนี เธอว่าประชดประชัน ระวังเห้อ...สักวันจะมีคนเข้าใจผิด ฉุดไปทำเมีย

ร่างเล็กแก้มร้อนซู่กับคำพูดของพี่สาวจอมซ่า ที่พูดจบก็ผละออกจากตัวเขา เตรียมตัวเดินออกจากห้องอย่างสบายอารมณ์...ได้แกล้งไอ้ตัวเล็กยามเช้า...มีความสุขชะมัด

ยัยบ้า...ออกไปเลยป่ะ ไปรอข้างล่างเลยป่ะ...อ้อ..แล้วเอาไอ้หมีเ่น่าๆของเธอน่ะไปฝังไกลๆหูไกลๆตาหน่อย...ชิ

ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองตุ๊กตาสีขี้เถ้าตัวโต...ที่ดูจะเป็นต้นเหตุทั้งหมด (มันโมเม) ก่อนจะจับเขวี้ยงไปยังพี่สาวที่หันหลังเดินออกไปจนหัวคะมำ...ก่อนตัวเองจะรีบคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว...ขืนไม่รีบ เดี๋ยวยัยบ้านี่เกิดบ้าอะไรขึ้นมาอีก เขาเองแหละจะแย่เอา...

แต่พอลงมา...ยัยพี่สาวตัวแสบก็หายจ้อยไปเสียแล้ว แถมยังเอากล่องข้าวในส่วนของเขาไปด้วยอีกแน่ะ...เฮ้อ กลุ้มใจ...เกิดมามีพี่สาวแบบนี้ ยูยะล่ะหน่าย _ _

วิ่งไปก็ต่อโทรศัพท์ไป...หนอย...แกล้งเขาตั้งแต่เช้า ยังเอาข้าวเขาไปกินอีก ยัยนี่!!!

ยัยบ้า...ขโมยข้าวกล่องเค้าไปได้ไง กรอกเสียงไปตามสาย ก่อนปลายสายจะตอบกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้าน

เอ้า...ช่วยไม่ได้...ชั้นตะโกนถามแล้วนะเฟ่ย เห็นไม่ว่าไร ก็เลยเอามา

ฮึ้ย...เอาไปเลย กินไปเลยนะ ขอให้อ้วนจนหาแฟนไม่ได้ พูดจบ ก็ปิดโทรศัพท์ฉับ..เพราะไม่วายคงโดนอีกฝ่ายส่งถ้อยคำหวานหูมาให้อีกเป็นแน่..ทางที่ดี ชิ่งก่อนได้เป็นดี

ทั้งหมดเป็นเพราะนายคนเดียวเลย...ไอ้หมีบ้าคุซาโนะ !! ตะโกนแหกปากอยู่คนเดียวกลางซอย...ฮึ่ย มันน่าขัดใจจริงๆมั๊ยล่ะ ทำเขาป่วนตั้งแต่เช้าเนี่ย...ทุกอย่างมันเกิดเพราะนายจริงๆเล้ย

อ่าว...โดนหางเลขตั้งแต่เช้าเลยวุ้ย เสียงทุ้มแว่วมาให้ได้ยิน..เรียกให้ร่างเล็กหันกลับไปอย่างตกใจ..พอเห็นว่าเป็นใครเท่านั้นแหละ...ก็รีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ให้ห่างกับเจ้าหมีนี่ได้มากที่สุด

เอ้าๆๆ ด่าแล้วหนีรึไง...แล้วนี่ ไปงี้เมื่อไหร่จะถึงล่ะ...มาทางนี้ดีกว่า คุซาโนะออกวิ่งตาม พลางคว้าท่อนแขนเล็กๆเอาไว้ แม้จะมีแรงฝืนอยู่บ้้าง แต่ก็ใช่จะมากจนเขาจะออกแรงลากให้อีกคนตามมาไม่ได้ซะที่ไหนกัน

จะพาชั้นไปไหนเนี่ย...ปล่อยนะเว้ย...คนยิ่งรีบๆอยู่ ไอ้บ้านี่ ปากก็ว่าปาวๆ มือหนึ่งก็ส่งกำปั้นทุบไปที่คนสูงกว่าอย่างไม่ยั้ง

เงียบเลยนาย...หนวกหูน่า...จะไปไม่ไปโรงเรียนเนี่ย..เดินแบบนาย คงถึงสักบ่ายล่ะนะ

คุซาโนะว่าพลางลากอีกคนหลุนๆไปจากทางเดิน...แม้ยูยะจะดูขัดๆ ยื้อๆบ้าง แต่ก็ยอมก้าวขาตามไปเหมือนกัน.....ก็กลัวจะไปโรงเรียนสายนี่นา...ยังไงซะ หมอนี่ก็เป็นตัวต้นเหตุล่ะนะ (มันโมเมไม่เลิก)

ลากแขนคนตัวเล็กเข้าสู่เขตของโรงเรียนด้านนอก...ริมรั้วปูนไม่สูงมาก...ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาทั้งฝั่งถนน และฝั่งของโรงเรียน......ก่อนจะปล่อยแขนเล็กให้เป็นอิสระ ก่อนจะพูดสำทับขึ้นอีกครั้ง

จะอ้อมไปทำไมกัน...อยู่รร.นี้ซะเปล่า เข้าทางนี้ง่ายกว่าเยอะเลย

แค่ฟัง และ เห็นด้วยตา...ก็พอจะเดาได้อย่างทะลุปรุโปร่งทีเดียวว่าสิ่งที่คุซาโนะต้องการจะสื่อคืออะไร ร่างเล็กถอยหลัง ส่ายหัวดิกกับข้อเสนอของอีกฝ่าย ที่ยืนรอท่าอยู่ตรงโคนต้นไม้นั่นแล้ว

เอ่อ..ไม่เอา...ชั้นจะเดินอ้อมก็เรื่องของชั้นเน่ ยูยะเอ่ยขึ้น...หันหลังเตรียมตัวจะก้าวกลับไปทางเดิมเมื่อครู่ ก่อนอีกหนึ่งเสียงจะไล่หลังมาติดๆ

อย่าบอกว่านายกลัว?? กะอีแค่ปีนต้นไม้ แล้วกระโดดลงไปแค่เนี้ย คุซาโนะพูดขำๆ...ทั้งยังแววตาทะเล้น บวกกับรอยยิ้มที่ดูขันเสียเต็มประดานั่นอีก...ทำให้อีกคนแอบเสียหน้าไปได้ไม่น้อยทีเดียว

ใครว่าเล่า!!! ฮึ้ย กะอีแค่ต้นไม้เตี้ยๆ กระจอกๆเนี่ยนะ คนตัวเล็กตะโกนขึ้น ก่อนตรงเข้ามาปัดให้อีกคนพ้นตัว...ตั้งท่าปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่อย่างไม่ต้องให้รอช้าอีก....หยามกันชะมัด หมอนี่...คนอย่างชั้น ไม่ยอมให้ใครก็ไม่รู้แบบหมอนี่มาหยามกันได้แบบนี้หรอก ชึ!!!!

ปีนขึ้นถึงกิ่งใหญ่ที่ยื่นเข้าสู่ตัวโรงเรียน แล้วก็หย่อนตัวนั่งลงอย่างเก้ๆกังๆ คิดไม่ตกว่าจะลงไปทางไหนดี...จวบจนร่างสูงของอีกฝ่ายปีนตามขึ้นมาติดๆพร้อมกับกระโดดผลุงลงไปอย่างไม่รอท่า...ก่อนจะก้มลงเก็บกระเป๋าที่ตนโยนลงมาก่อนหน้าขึ้นมา...ส่งสายตาให้อีกฝ่ายที่กำลังงกๆเงิ่นๆกับการหาทางลงอยู่อย่างยูยะเสียที

เอ้า...ไหนว่าแน่ กระโดดลงมาสิ...เดี๋ยวก็ได้สายจริงๆหรอก

เดี๋ยวสิวะ...นายจะไปไหนก็ไปเลยไป...เดี๋ยวลงไปเอง เอ่ยปากไล่...ชิ ไวกว่าเขาอีกแล้ว...สูงชะมัด ไอ้ต้นไม้บ้านี่ เกิดพลาดตกลงไป ขาไม่เดี๊ยงรึไงกันนี่

ร่างเล็กเม้มปากอย่างขัดใจ...ขืนไม่ลงไปเดี๋ยวก็ถูกหมอนี่ดูถูกเอาอีกจนได้สิ...

เอาน่า...ไม่มีอะไรที่คนอย่างยูยะทำไม่ได้นี่นา...

จะกระโดดแล้วน้าาาา...

คิดยังไม่ทันจะจบดี...คุซาโนะก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังไม่มีทีท่าว่าจะลงมาง่ายๆ

เอางั้น? ได้ๆ โอเคๆ เจอกันในห้องละกัน หันหลังเตรียมตัวเดินจากไปอย่างไม่สนใจอีกฝ่าย...ทำให้คนที่ค้างเติ่งอยู่ด้านบนเกิดอาการร้อนรนขึ้นมาในทันทีทันใด

เฮ้ย...เดี๋ยวเด่ะๆ..มานี่ก่อนนายหมี...เสื้อ..เสื้อมันเกี่ยวกะกิ่งอ้ะ....

เฮ้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อ้ากกกกกกกกกก

แคว่ก.....

โครม...!!!!

โอ้ย...ซวย ซวยชะมัดเลย...เจ็บจะตายแล้ว ยูยะโอดครวญ เมื่อหล่นลงมาจากคาคบไม้ด้านบน...อันที่จริงแล้วก็ไม่ได้สูงมากถึงกับจะทำให้บาดเจ็บหนักเสียทีเดียว...แต่สำหรับยูยะเองนั้น ไม่ว่าแค่ไหนก็สูงในความคิดทั้งนั้น...แถมเสื้อยังเกี่ยวกับกิ่งตอนจะกระโจนลงมาเสียอีก...สุดท้่าย เรื่องที่ไม่อยากให้เกิดที่สุดก็เกิดขึ้นจนได้...ร่วงลงมาอย่างไม่เป็นท่า....เจ็บชะมัดเลย ให้ตายสิ ไอ้หมีบ้าเอ้ย

ลุกไหวมั๊ยนั่น

ไปไกลๆเลยป่ะ...นายมันทำให้ชีวิตชั้นซวยซ้ำซวยซ้อนจริงๆ

เอ๋า...โมเมนิ

แล้วคิดจะนั่งอ่อยเหยื่ออยู่ตรงนี้รึไงกัน..เวลานี้ คงไม่มีใครคิดว่านายนั่งให้ท่าอยู่แถวนี้หรอกนะ

ให้ท่า??

อ่อยเหยื่อ???

หนอยยยย ไอ้หมอนี่...ไม่ช่วยแล้วยังจะปากสุนัขเพ่นพ่านซะอีก

ให้ท่าบ้าบอไรเล่า!!! อย่างชั้นไม่ต้องอ่อยก็มีคนวิ่งตามกันเป็นพรวนแล้ว

แล้วนี่...จะช่วยมั๊ยฮะเนี่ย? ถ้าไม่คิดจะช่วยก็ช่วยไปให้พ้นๆทีเหอะ

เอ้า...ลุกๆ...ไปห้องพยาบาลก่อนป่ะ...ยังไงก็สายแล้วล่ะนะ...เฮ้อ ชั้นพลอยสายไปด้วยเลย ให้ตายสิ ดูหน้าตายังกะลูกแมวคลุกฝุ่น...ยังจะปากดีอีกนะนาย คุซาโนะรั้งแขนเล็กให้ลุกขึ้นตามแรงของตัวเอง แต่ก็ไม่วาย แขวะเข้าให้อีกสักทีสองที...ก็ไอ้คนที่นั่งกองอยู่กับพื้นนั่นน่ะ หน้าตาเปรอะยังกะแมวคลุกฝุ่นที่เขาพูดไปก็ไม่ปาน

เจ็บนะเว้ย แขนคนนะ ไม่ใช่ท่อนไม้ คิดจะดึงก็ดึงเนี่ย...มันเจ็บ...อ่ะ เฮ้ยยยยย ลุกขึ้นได้ยังไม่ทันจะยืนเต็มสองขา...ร่างตัวเองกลับลอยวืดขึ้นมาเสียอย่างนั้น...คุซาโนะแบกอีกคนไว้ทั้งตัว เสื้อนักเรียนสีดำตัวโตต่างเปื้อนฝุ่นด้วยกันไปทั้งคู่...คนถูกอุ้มก็ดิ้นขลุกขลักด้วยความตกใจ ที่จู่ๆตนเองกลับมาถูกแบกไว้เสียอย่างนี้

พูดมากจริง...ช่วยเงียบสักแป้บได้ป่ะ ถ้ายังไม่อยากให้ใครเค้าคิดว่าไปฟัดกะหมามา

ทุบหลังคนแบกดังอั่ก...ก่อนจะหุบปากเงียบกริบ...เช้าๆอย่างนี้ ยังไม่ค่อยอยากตกเป็นเป้าสายตาใครเหมือนกันนะ...ยิ่งถ้าเกิดคนเห็นว่ามากะหมอนี่ล่ะก็...เรื่องไม่จบง่ายแน่ โดนซักไซ้ไล่เลียงให้ได้หงุดหงิดอีกเป็นแน่

ทำแผลเสร็จจะไปเรียนก่อนก็ไปนะ ชั้นขอนอนสักแป้บละกัน...เมื่อยชะมัด ตัวก็เล็ก แต่หนักชะมัดยาด คุซาโนะพูดพลางขยับแขน ขยับไหล่หลังจากที่ลากสังขารพาตัวเอง และคนพ่วงบนหลังมาถึงห้องพยาบาลของโรงเรียน

นี่หาว่าชั้นอ้วนเรอะไง นาย!!!

ปล้าววว...ว่าแต่ คุณจะทำอะไรก็รีบๆเข้า...เดี๋ยวก็จะยิ่งสายไปกันใหญ่หรอก

แล้วไอ้เสื้อนั่น...จะเอาของผมไปใส่ก่อนก็ได้นะ ถ้าไม่รังเกียจ...คุณหัวหน้าห้อง ใส่เสื้อสูทขาดๆ คงแปลกพิลึก ฮ่ะๆ

ชิ...ไม่เป็นไร ขอบใจ ร่างเล็กสะบัดเสียงใส่...ควานๆหายาตามกล่องปฐมพยาบาล ปากก็บ่นอยู่ในใจ ว่าำทำไมต้องมาเจอเรื่องซวยๆแบบนี้ตั้งแต่เช้า...เข้าเรียนสายยังไม่พอ ยังมาเจ็บตัวด้วยเรื่องบ้าๆอีกนี่สิ...น่าเจ็บใจนักเชียว...

ร่างเล็กจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เรียบร้อยหลังจากทำแผลให้ตนเองเสร็จ...แต่สภาพเสื้อที่สวมอยู่นั้น ช่างดูไม่ได้เอาเสียเลยในความคิด...ปลายสายตาเหลือบไปเห็นเสื้อคลุมตัวใหญ่ที่แขวนอยู่ตรงปลายเตียงสะท้อนผ่านกระจกเงา...คำพูดเมื่อครู่ของคุซาโนะเวียนเข้ามาในความคิดของตนเองอีกครั้ง....ก่อนจะขยับกายก้าวเท้าเข้าไปยังภาพที่สะท้อนผ่านกระจกนั้น

นี่นาย...

นายยยยยย

ไอ้หมี.....

เจ้าหมีดำ!!!! ลองเรียกคนที่หลับอยู่บนเตียงเบาๆไปจนเกือบจะตะโกนออกมา...แต่อีกฝ่ายกลับนอนนิ่ง ไม่แม้แต่จะขยับตัว...ดูท่าจะหลับไปเสียแล้วจริงๆ....หรือเราอ้วนซะจนหมอนี่แบกมาจนเหนื่อยจริงๆล่ะนี่??? .....ไม่สิ...ไม่จริง....._ _

หลับสนิทเลยนะนาย...เอาเป็นว่า..ชั้นจะรับน้ำใจนายไว้ก็ได้นะ เอื้อมมือปลดเสื้อสูทที่เจ้าของแขวนไว้อยู่ปลายเตียงลงมา...ก็ให้ยื้มแล้วนี่..อย่ามาว่ากันทีหลังไม่ได้นะ

สวมเสื้อสูทที่ขนาดไม่พอดีตัวสักเท่าไหร่...ก็หมอนี่ตัวเท่ากันเสียที่ไหน ปลายแขน กับ ชายเสื้อมันก็เลยดูเกินๆ ประหลาดๆไปเสียหน่อย แต่เอาเหอะ ยังดีกว่าที่จะใส่ไอ้ตัวที่คลุกฝุ่นซะดำปี๋ แถมยังตะเข็บขาดขึ้นมาเป็นแนวยาวนั่นอีก...คงต้องกลับเอาไปให้แม่ซ่อมให้ล่ะนะ (อ่าว งกนี่หว่า)...ส่องกระจกพร้อมกระชับเสื้อให้เรียบร้อยหน่อย ก่อนตาคู่สวยจะเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่ทำให้ความคิดแล่นปราดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

มือเรียวเล็กหยิบปากกาเมจิกมาขีดๆเขียนๆลงบนกระดาษขาวที่เก็บๆเอาแถวนั้น พับยัดใส่กระเป๋าเสื้อเชิ๊ตคนที่หลับสนิท ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร...ก่อนที่จะสัมผัสกับอะไรบางอย่างแข็งๆในกระเป๋าเสื้อ

โทรศัพท์สีดำสนิทของคุซาโนะนั่นเอง...ตอนนี้ได้มาอยู่ในมือของเจ้าตัวเล็กสุดแสบนี่แล้ว ไม่รอช้า...ยูยะรีบเปิดโทรศัพท์ หาไฟล์ที่เจ้าหมีตัวโตถ่ายเอาไว้เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนจนเจอ ก่อนจะรีบลบทิ้งอย่างไม่รอช้า....หึ...แค่นี้ก็เรียบร้อย...คิดจะแบล็คเมล์คนอย่างชั้น...นายยังช้านัก...เสร็จแล้วก็รีบยัดโทรศัพท์เจ้าปัญหากลับที่เดิมอย่างเรียบร้อย

ไปล่ะนะ คุณหมี...หลับให้สบายนะครับ

ก้มลงกระซิบเพียงเบาๆกับคนที่หลับไม่ได้สติ...ก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อยๆ แล้วเดินตัวปลิวออกไปจากห้องพยาบาล...หน้าตาสดชื่น ราวกับไม่ได้เกิดเรื่องราวใดๆให้ขุ่นข้องหมองใจมาก่อนแม้แต่น้อย

**************************************

つづく